การประหารชีวิต ถือเป็นบทลงโทษที่รุนแรงที่สุดในทุก ๆ ประเทศ ที่มีมาตั้งแต่อดีต
ซึ่งถ้าหากใครได้อ่านหรือศึกษาเรื่องราวเหล่านี้ซักครั้ง คงจะรู้สึกไม่ต่างกันหรอกค่ะว่า
แม้ว่าในแต่ละประเทศจะมีเครื่องมือประหารชีวิตที่แตกต่างกันออกไป
แต่ความรุนแรง หรือความซาดิสม์นั้นไม่ได้ต่างกันเลย เพราะไม่ว่าจะใช้เครื่องมือไหน ๆ
ก็ล้วนแล้วแต่มีจุดประสงค์เดียวกัน นั่นคือทรมานคนผิดอย่างเลือดเย็นแล้วปล่อยให้เจ็บปวดตายไปในที่สุด
ไม่ว่าจะด้วยการฉีกจ้วงเนื้อหนังด้วยของมีคม ลวกหรือต้มด้วยน้ำร้อน เผาทั้งเป็น
หรือแม้แต่การบีบทุบให้เจ็บปวดจนตายกันไปข้างหนึ่ง เหล่านี้ถือเป็นวิธีพื้นฐานที่ทั่วโลกทำกันทั้งนั้นค่ะ

และสำหรับในประเทศไทยก็เช่นกัน โทษประหารที่เคยทำกันมาตั้งแต่อดีตนั้นขึ้นชื่อว่าโหดใช่ย่อย
เริ่มตั้งแต่สมัยก่อนกรุงรัตนโกสินทร์ วิธีการประหารชีวิตจะเน้นความทรมานชนิดที่ได้ยินแล้วยังขนลุก
ไม่ว่าจะเป็นการเอาน้ำมันเดือดราดหัวจนตาย เอามีดและขวานผ่าอกแหวกตับไตไส้พุงทั้งเป็นจนตาย
เอาเบ็ดใหญ่เกี่ยวเนื้อให้หลุดทีละส่วนจนตาย เอามีดคม ๆ แล่เนื้อลอกหนังออกทีละนิดจนตาย
เอาหอกค่อย ๆ ทิ่มแทงจนตาย หรือฝังดินครึ่งตัวแล้วเผาส่วนบนจนทรมานตาย โอ้ นรกดี ๆ นี่เอง

ซึ่งโทษแสนทรมานในสมัยนั้น ก็จะตัดสินจากความผิดที่แตกต่างกันออกไป อย่างเช่นถ้าใครเผาบ้านเมือง
ก็จะถูกประหารด้วยการเอาผ้าชุบน้ำมันพันรอบตัวแล้วจุดไฟเผาทั้งเป็น อย่างงี้เป็นต้น และที่สำคัญ
การประหารชีวิตทุกรูปแบบก็จะต้องทำกันแบบโจ่งแจ้งต่อหน้าชาวบ้านมากมาย เพื่อให้คนเกรงกลัว
และมันก็ได้ผลดีเลยล่ะค่ะ เพราะเวลาที่มีการประหารนักโทษซักคน บ้านเมืองก็สงบสุขไปพักใหญ่ทีเดียว
เพราะไม่มีใครกล้าทำความผิด ไม่มีใครอยากถูกลงโทษอย่างทรมานอย่างที่ตัวเองไปเห็นมา
 
 
 
 
แต่พอมาถึงสมัยอยุธยาตอนปลายและรัตนโกสินทร์ การประหารด้วยวิธีทรมานสารพัดก็เริ่มค่อย ๆ หายไป
เหลืออยู่แค่วิธีเดียวง่าย ๆ นั่นคือ การตัดคอหรือกุดหัวเท่านั้น เป็นวิธีฉับเดียวดับ ไม่ทันได้ทรมานก็ตายแล้ว
แถมก่อนหน้าวันประหารก็ยังมีการเลี้ยงข้าวเลี้ยงน้ำอย่างดีอีก และพอถึงวันประหารนักโทษก็ถูกปิดตา
ไม่ต้องเห็นบาดแผล ไม่ต้องรู้ว่าใครกำลังจะทำอะไรเรา ไปแบบสบาย ๆ เลยทีเดียว
ส่วนถ้าใครอยากรู้เรื่องการประหารด้วยการตัดคออย่างละเอียด ย้อนกลับไปอ่านได้ เอนทรี่นี้ ค่ะ

และหากใครกำลังสงสัยว่า ถ้าหากฉับเดียวไม่ดับ นั่นจะไม่เรียกว่าทรมานได้อย่างไร
โอโห จะบอกว่าไม่มีเลยค่ะ เพราะเพชฌฆาตทุกคนนั้นถูกฝึกปรือมาเป็นอย่างดี และที่สำคัญ
ในการประหารนักโทษ 1 คน เค้าจะใช้เพชฌฆาตถึง 3 คน ซึ่งโดยปกติแล้ว ถ้าเพชฌฆาตดาบ 1 จะพลาด
ก็พลาดมากที่สุดแค่ตัดคอแล้วตายแต่คอดันไม่ขาด ซึ่งแบบนี้เพชฌฆาตดาบ 2 ก็จะรีบเข้ามาฟันให้ขาดทันที
ถ้ายังไม่ขาดอีกก็มีดาบ 3 สำรองไว้อีก ต้องเอาให้ขาดอย่างแท้จริงเพื่อที่จะเอาหัวไปเสียบประจานนั่นเอง
ส่วนร่างกายก็มอบให้ญาตินำไปทำพิธีต่อไป
 


ส่วนในกรณีที่นักโทษเป็นเชื้อพระวงศ์หรือกษัตริย์ ก็จะมีวิธีเฉพาะคือการทุบด้วยท่อนจันทน์
ที่ถือเป็นไม้หอม เป็นการให้เกียรตินักโทษ โดยการประหารด้วยท่อนจันทน์นี้ จะใช้วัดปทุมคงคาเป็นลานประหาร
ส่วนวิธีการ ก็คือ จะนำร่างของผู้ถูกประหารสวมด้วยถุงแดงแล้วรัดถุงให้แน่น เพื่อไม่ให้ใครแตะต้องพระวรกาย
และไม่ให้ใครเห็นพระศพด้วย จากนั้นเพชฌฆาตที่ได้รับนามเฉพาะว่า "หมื่นทะลวงฟัน"
ก็จะใช้ไม้จันทน์ขนาดใหญ่รูปร่างคล้ายสากตำข้าวทุบลงไปสุดแรงบริเวณพระเศียรหรือพระนาภี
เสร็จแล้วก็นำไปฝังในหลุม 7 คืนเพื่อให้มั่นใจว่าสิ้นพระชนม์แล้วจริง ๆ ก่อนขุดขึ้นมาประกอบพิธีต่อไป
และหากใครสงสัยว่าทำไมไม่ใช้วิธีเปิดผ้าดูว่าสิ้นแล้วหรือไม่ ก็อย่างที่บอกไปค่ะว่าไม่ว่าจะอย่างไร
หลังจากนำนักโทษใส่ถุงแดงแล้วก็ห้ามเปิดให้ใครเห็นหรือแตะต้องพระวรกายโดยตรงได้เป็นอันขาด

วิธีการประหารชีวิตด้วยท่อนจันทน์ เลิกล้มไปในสมัยรัชกาลที่ 5 หลังจากมีการประกาศใช้กฎหมาย ร.ศ. 127
ว่า ให้ประหารชีวิตเชื้อพระวงศ์ด้วยวิธีเดียวกันกับสามัญชน ไม่มีการแบ่งแยกชนชั้นนักโทษ
และในที่สุด ในปี 2477 ก็ได้ล้มเลิกการประหารชีวิตด้วยการตัดหัวไป เปลี่ยนเป็นการใช้ปืนยิงแทน
โดยวิธีการยิงปืนประหารนี้ ก็จะมีขั้นตอนคล้ายกับการประหารชีวิตด้วยการตัดหัว ต่างที่การยิงปืนประหาร
จะทำในห้องประหารมิดชิด ไม่มีการเรียกประชาชนมามุงดูเหมือนกับการประหารชีวิตด้วยการตัดหัวอีกต่อไป

การประหารชีวิตด้วยปืนทำกันมาได้ไม่นานนัก เพราะเมื่อปี 2545 ได้เปลี่ยนวิธีการประหารชีวิตด้วยปืน
มาเป็นการฉีดยาแทน ซึ่งการฉีดยาจะมี 3 ขั้นตอน คือ ขั้นแรกจะฉีดยาให้นักโทษสลบก่อน
จากนั้นค่อยฉีดยาหยุดการทำงานของปอดและกระบังลม และสุดท้ายก็จะฉีดยาที่ทำให้หัวใจหยุดเต้น
เป็นอันเสร็จพิธี เรียกว่าสบายกว่าวิธีไหน ๆ ไม่ต้องตื่นเต้นว่าจะถูกสับหัวหรือยิงปืนเมื่อไหร่
และวิธีนี้ก็ยังเป็นวิธีที่ใช้กันมาจนถึงปัจจุบัน

ทั้งหมดนี้คือวิวัฒนาการของการประหารชีวิตในสยาม ที่ดูเหมือนจะลดความทรมานลงทุกวัน ๆ
ขณะเดียวกันที่สถิติการประหารชีวิตก็ค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ ทั้งในไทยและหลายประเทศทั่วโลก
ซึ่งที่เป็นอย่างนั้นก็ไม่ใช่เพราะว่าคนเรามีคุณธรรมกันมากขึ้นแต่อย่างใด
แต่เป็นเพราะบทลงโทษในสังคมทุกวันนี้มันเบาลงเรื่อย ๆ ต่างหาก..

ยิ่งไปกว่านั้น ในยุคที่บทลงโทษในสังคมเบาลงทุกวัน ขณะที่โจรผู้ร้ายมีมากขึ้นแบบนี้
ก็ยังมีคนในหลายประเทศออกโรงต่อต้านการประหารชีวิตกันอย่างมากมาย เพราะเห็นว่ามันโหดร้าย
ก็ไม่แน่ว่า.. บางที โทษประหารอาจถูกล้มเลิกไปในอีกไม่เกิน 10 ปีข้างหน้าก็เป็นได้


และถ้าวันนั้นมาถึงเมื่อไหร่ สังคมก็คงวุ่นวายขึ้นน่าดู
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

wink

#75 By (49.230.125.71|49.230.125.71) on 2015-05-19 15:44

wink

#74 By (49.230.125.71|49.230.125.71) on 2015-05-19 15:44

sad smile sad smile sad smile sad smile วิธีประหารสมัยก่อน น่ากลัวมาก

#73 By (49.230.197.87|49.230.197.87) on 2015-05-16 10:06

#72 By (46.165.236.42|148.251.91.38, 46.165.236.42) on 2015-04-10 18:18

#71 By (201.253.154.130|148.251.92.48, 201.253.154.130) on 2015-01-16 10:24

เยี่ยมเลยคับแต่ตอนอ่านบทความข้างบนนี่สยองอยู่น้ะคับsad smile แต่เนื้อหาดีมากเลยคับหาอ่านยากมากbig smile surprised smile

#70 By Pooh (27.55.160.161|27.55.160.161) on 2014-09-21 14:19

ควรมีไว้และเคร่งครัดให้สังคมรับรู้ด้วย จักได้ปรามคนชั่วๆได้ดีนักแล

#69 By (118.172.3.202|118.172.3.202) on 2014-07-08 12:47

หล๊อนนนน Hot! Hot!

#68 By !~Konakona~! on 2011-11-19 11:18

สุขสันต์วันสงกรานต์ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ big smile

#67 By i'am-toontoon on 2011-04-17 17:31

เข้ามาสาดน้ำให้แนนศรี..
ขันน้ำ ดอกมะลิ ขันน้ำ ดอกมะลิ ขันน้ำ ดอกมะลิ ขันน้ำ ดอกมะลิ ขันน้ำ ดอกมะลิ ขันน้ำ ดอกมะลิ ขันน้ำ ดอกมะลิ ขันน้ำ ดอกมะลิ ขันน้ำ ดอกมะลิ ขันน้ำ ดอกมะลิ ขันน้ำ ดอกมะลิ

#66 By Hayashi Masanino on 2011-04-14 00:14

ขอบคุณค่ะ
รู้สึกว่าการประหารแบบสมัยก่อนเขาเน้นให้คนเกลงกลัวในการทำผิด แบบเชือดไก่ให้ลิงดู ใครเผาบ้านเผาเมืองก็โดนเผา ใครฆ่าคนอื่นก็โดนฆ่ายุติธรรมดีtongue question

#65 By แพรวา (124.121.196.209) on 2011-03-14 11:02

น่ากัวจังwink

#64 By FDG (58.9.215.42) on 2011-03-13 04:46

แนนศรีหายไปไหนคิดถึงอิๆquestion

#63 By ทอม on 2011-02-18 21:07

ในความคิดของผม ผมมองว่าการลงโทษอะไรก็ตามควรที่จะสมกับสาเหตุแห่งโทษนั้น เพื่อที่จะให้คนที่ก่อกรรมทำเข็ญเหล่านั้นได้สำนึกถึงบาปกรรมที่เขาก่อไว้ ที่คิดเห็นเช่นนี้เพียงเพราะความต้องการในการเรียกร้องความยุติธรรมให้ทั้งสองฝ่าย ทั้งฝ่ายกระทำและฝ่ายถูกกระทำ หาได้มีจิตคิดโกรธเคืองไม่ ส่วนโทษประหารชีวิตควรยกเลิกไหมก็ขึ้นอยู่กับความผิดที่เขากระทำ

ถามว่าถ้าทำตามนี้แล้วอาชญากรรมจะลดลงไหม ตอบว่าน่าจะเห็นผลน้อย เพราะสิ่งสำคัญของกระบวนการมันหละหลวม สิ่งนั้นคือการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ ซึ่งอันที่ืจริงเป็นสิ่งที่ควรเคร่งครัดเป็นอย่างยิ่ง แต่ถ้าเข้มแล้วอาชญากรรมก็จะข้นตาม หมายถึงอาชญากรรมก็จะมีความซับซ้อน มีองค์กรที่ใหญ่ขึ้น มีการแทรกซึมสู่ระบบมากขึ้น สุดท้ายแล้วกฎหมายเองก็เป็นแค่ตัวอักษร

งั้นจะทำอย่างไร ก็คงต้องใช้ระบบของสังคมที่มีคุณธรรมอันเข้มแข็ง มีความสัมพันธ์กันแน่นเหนียว ในการดูแลคนในสังคมให้อยู่ในกรอบที่ดี ให้คนในสังคมละอายต่อบาปด้วยตนเองนั่นแหละครับ

i read about this topic,อดีตแห่งสยาม: เรื่องเล่าจากลานประหาร, its very interesting to me,thanks to share

#60 By xpressguru (137.101.218.18) on 2010-12-17 04:52

เห็นแล้วน่ากลัวมากๆจ้าา

#59 By ทอม on 2010-12-08 20:53

น่าสนใจมากครับ
ขอบคุณมากครับสำหรับสาระดีๆ
ที่หาอ่านได้ยาก

#58 By links of london sweetie charms (205.209.142.131) on 2010-12-03 13:24

เป็นบทความที่ดี มีสาระมากครับ
ขอบคุณที่นำมาแบ่งปันกันนะครับHot!
สมัยนี้ผมว่าบทลงโทษเบาลงมาก...มันมีทั้งผลดีและผลเสีย
แต่ที่แน่ๆจิตใจคนนับวันยิ่ง...

#57 By thomas sabo charms (205.209.142.131) on 2010-11-30 10:57

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#56 By runairway on 2010-11-17 03:29

ผมว่าสมัยนี้คนทำผิดน่ากลัวกว่าสมัยก่อนมาก น่าจ๊ะเอากลับมาใช้อีกก็ดี คนไม่ดีจ๊ะได้ไม่กล้าครับ ได้รับความรู้ดี big smile Hot! Hot! Hot!

#55 By i'am-toontoon on 2010-11-07 15:28

น่ากลัวอ่ะ

แต่เป็นข้อมูลที่น่าสนใจ

#54 By หมูเอื้อง on 2010-11-07 13:06

สิทธิมนุษยชนเป็นสิ่งที่ประเทศเจริญแล้ว พัฒนาแล้ว ได้ทำอย่างจริงจัง รวมทั้งเรื่องของการประหารด้วย แต่สังเกตว่าไม่ว่าประเทศไหนก็มีคนกระทำผิดกฎหมายอยู่ดี เจริญแล้วก็ทำรัดกุมหน่อย ไม่เจริญก็โฉ่งฉ่างเห็นๆ แต่อย่าลืมนะครับว่า คนที่ทำผิดกฎหมายจนถึงประหารนั้นได้กระทำล่วงเกินสิทธิมนุษยชนของผู้อื่นอย่างร้ายแรง ซึ่งมันก็สมควรแล้วครับ การประหารจะไม่มีถ้าทุกคนไม่ละเมิดกฎหมาย แค่คิดจะทำผิดก็ไม่สมควรแล้วครับ ขอบคุณบทความดีๆอีกหนึ่งบทความครับ confused smile confused smile

#53 By junkkung (203.172.121.18) on 2010-11-03 10:14

ขอเครดิตไปลงเว็บนะครับ

http://xchange.teenee.com/index.php?showtopic=84545

#52 By แสนไกร on 2010-11-02 12:45

ชอบมากค่ะ
ขอบคุณสำหรับความรู้ใหม่ๆ
และข้อมูลอันน่าสนใจนะคะ ^^

#51 By แม่เนียม on 2010-11-02 09:19

น่ากลัวอ่ะ

#50 By Princo (110.168.76.108) on 2010-11-01 23:10

Hot! Hot! Hot!

#49 By an ant on 2010-11-01 22:57

รชีวิตกันอย่างมากมาย เพราะเห็นว่ามันโหดร้าย
ก็ไม่แน่ว่า.. บางที โทษประหารอาจถูกล้มเลิกไปในอีกไม่เกิ

#48 By ugg boots cheapest (61.190.41.46) on 2010-11-01 12:18

Hot!

#47 By Rainbowless on 2010-11-01 11:30

น่ากลัวนะครับangry smile

#46 By N u jone on 2010-10-31 10:26

แ้ล้ว...ถ้าทุบแล้วไม่ตายงี้ เอาลงไปฝังจนขาดอากาศตาย มันทรมาณกว่าโดนฉับเดียวอีกมิใช่รึ...sad smile

การปราบปรามคนชั่วก็เป็นการช่วยเหลือผู้บริสุทธิ์อีกทางนึงนี่เนาะ

Hot! Hot! Hot! Hot!

#45 By Lofe on 2010-10-31 08:50

น่ากลัวจริงเชียว ถ้าใครโดนประหารในสมัยก่อนนี่ คงทรมานมากๆHot!

#44 By cokeclub on 2010-10-30 22:19

น่ากลัวมากเลยครับ

#43 By hackerlife on 2010-10-30 17:14

คนไม่ดี เข้าคุกไปแป๊บๆก็ออกมาทำชั่วอีกละ แบบนี้ต้องประหาร!!
แอบน่ากลัวค่ะ แต่ว่ามีสาระมากๆ เป็นเรื่องที่ไม่เคยอ่านจริงๆแหละค่ะ
ขอบคุณสาระดีๆนะคะbig smile

#42 By vg_jan on 2010-10-29 22:34

เห็นด้วยกับการเชือดไก่ให้ลิงดูในอดีตมากครับ

หากว่าล้มเลิกโทษประหารไป คราวนี้โจรผู้ร้ายเต็มบ้านเต็มเมืองแน่นอน

กดดาวให้เลยฮะ ^^ Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#41 By 暁或無_-_Akatsuki Arumu on 2010-10-29 22:33

สาระดีๆ เป็นความรู้มากๆเลย ขอบคุณที่เอามาให้อ่านค่ะ >W<

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#40 By Vesting Xan on 2010-10-29 22:28

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
โดยส่วนตัวคิดว่าน่าจะให้มีบทลงโทษที่ทำให้คนเข็ดแล้วหลาบจำมากกว่า พอบทลงโทษยิ่งน้อยลงคนก็ไม่ค่อยกลัว ขนาดบทลงโทษโหดๆยังทำกันเลยนะคะ เมืองไทยน่าจะเจอของจริงบ้าง ไม่งั้นคนก็ไม่เข็ดกันซะที
ขอบคุณอีกแล้วว บล็อกนี้ให้ความรู้เยอะค่ะ

โหดมากเลยเนอะ สมัยก่อน
นึกถึงก็กลัวbig smile

#38 By inthebee on 2010-10-29 18:27

รูป.. ชัด.. มาก..Hot! Hot! Hot!
เห็นด้วยกับสองย่อหน้าสุดท้ายเช่นกัน Hot!

#36 By Ellebazi on 2010-10-29 16:44

这是个现实的社会,感情不能当饭吃,贫穷夫妻百事哀。不要相信电影里的故事情节,那只是个供许多陌生人喧嚣情感的场所。-只有不理智和不现实的人才相信

#35 By louis vuitton bag (66.79.163.110) on 2010-10-29 16:12

ก่อนอื่นให้ Hot! Hot! Hot! ก่อนค่ะ
เนื้อเรื่องน่าสนใจมากค่ะ

ถ้าหากว่าในปัจจุบันนี้ เอาวีธีการประหารแบบสมัยก่อนมาใช้ล่ะก็
โจร ผู้ร้าย คงไม่เยอะมากนักหรอก

อย่างที่ จขบ. ว่า บทลงโทษยิ่งเบาลง โจร ผู้ร้ายก็มากขึ้น
ถ้าเป็นแบบนี้จริง คนก็คงจะไม่กลัวความผิดแล้วล่ะค่ะ

#34 By *-kaorukomi-* on 2010-10-29 15:46

สมัยนี้เหยื่อถูกฆ่าตายอย่าทารุณมากขึ้น ในขณะที่คนทำผิดได้ตายสบายมากขึ้น...... นานาจิตตัง

ขอบคุณสำหรับสาระค่ะ surprised smile

#32 By Blood Lust Vampyre (::[o]::) on 2010-10-29 12:52

เหมือนต่วยตูนมาเล่าให้อ่านbig smile Hot!

#31 By yo on 2010-10-29 12:37

Hot! Hot! Hot!

บางทีคิดว่าการที่บทลงโทษเบาลง มันเอื้อให้คนก่ออาชญากรรมกันมากกว่ารึเปล่าเนี่ย

#30 By noirpoison on 2010-10-29 12:10

ผมถูกใจความเห็นของคุณ Clock ครับ big smile
และเข้าใจในเรื่องการประหารอย่างอยุติธรรมเหมือนกัน
เช่น พวกประหารผิดตัว ถูกใส่ความ เล่นพรรคพวก ไม่รอบคอบ เลินเล่อ อคติ

แต่ผมเป็นคนคิดสั้นครับ ฆ่าใครเขา เราก็ต้องทำใจให้ได้ว่ามีสิทธิ์โดนฆ่าเหมือนกัน ตัดสินผิด ลงมือผิด คุณอาจได้รับสิทธิ์ตายตกตามกันไป

แล้วมันก็จะกลับเป็นยุค ล้างแค้น เอาคืน เหมือนในหนังจีน
...เออ หรือจริง ๆ ยุคนี้มันก็เป็นแบบนั้นอยู่แล้วนะ confused smile

ถึงคุณ แนนศรี
มีเรื่องเกี่ยวกับ อาญา ตายตกตามกันไหมครับ? big smile
คุณเยี่ยมมาก....

big smile

#28 By MR.MANDIR on 2010-10-29 11:31

ประหารชีวิตแบบปัจจุบันตายสบายเงียบๆดีแล้วครับ
ไม่ว่ามีการประหารแบบไหนคนทำชั่วก็ไม่เคยกลัวเลยนะครับ

Hot! Hot! Hot!

#27 By 40reborn on 2010-10-29 10:47

น่ากลัวเนอะ เลือดพุ่งเลย
อ่านแล้ว นึกถึงนรกแล้ว ไม่กล้าทำผิดเลย angry smile
ตั้งใจว่้าตายแล้วจะไม่ไปไหนต่ำกว่าโลกมนุษย์ ไม่รู้จะได้รึเปล่า
Hot! Hot! Hot!

#26 By Pigwidgeon on 2010-10-29 10:35