สวัสดีค่ะ
หากจะพูดถึงเรื่องข้อห้ามและความเชื่อแล้ว
เรื่องนี้เห็นจะเป็นเรื่องที่ผูกพันกับวิถีชีวิตของคนไทยมาอย่างแยกไม่ออก
ตั้งแต่สมัยก่อนมาจนถึงทุกวันนี้
หลายคนคงจะเป็นเหมือนแนน ที่ถูกปู่ย่าตายายห้ามนู่นห้ามนี่ตอนเด็กๆ
ด้วยเหตุผลที่ชวนให้งง และเหมือนมันไม่น่าจะเกี่ยวกันได้เลย
ที่สำคัญไปกว่านั้น.. มันเป็นเหตุผลที่โอ้วว น่ากลัวมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ซึ่งมันมักจะไม่พ้นเรื่องผี วิญญาณ และความตาย เช่น
"แนนอย่าตัดเล็บตอนกลางคืนดิ เดี๋ยววิญญาณบรรพบุรุษก็เฮี้ยนขึ้นมาหรอก"
"แนนอย่าออกไปเล่นน้ำตอนกลางคืนดิ เดี๋ยวผีพรายจับไป"
"แนนอย่านอนตอนพลบค่ำดิ วิญญาณจะออกจากร่าง"
ฟังดูไม่ค่อยจะเป็นเหตุเป็นผลกันเท่าไหร่นัก
แต่ต้องยอมรับจริงๆค่ะว่า ถ้าปู่ย่าตายายไม่ใช้กลอุบายแบบนี้แล้ว
วันนั้น เราอาจจะได้รับอันตรายจากสิ่งต่างๆ หรือทำอะไรที่ไม่เหมาะสมลงไปก็ได้
อดีตแห่งสยามวันนี้จะว่าด้วยเรื่องของเจตนาที่แฝงอยู่ในข้อห้ามของคนโบราณ
ที่หลายๆคนก็ยังคงเชื่อและไม่กล้าจะฝืนข้อห้ามกันมาจนถึงทุกวันนี้
ห้ามขานรับเวลาได้ยินเสียงใครเรียกตอนกลางคืน เพราะผีจะมาเอาตัวไป
ความจริงก็คือเวลากลางคืนนั้นเป็นเวลาที่คนไทยเรานอนหลับกันแล้วค่ะ
ไม่ค่อยจะมีใครออกมาทำอะไรนอกบ้านตอนกลางคืนนัก
เพราะงั้นพวกที่ทำอะไรยามวิกาลมักจะเป็นพวกโจร หรือคนร้ายซะส่วนใหญ่
คนโบราณก็เลยออกอุบายห้ามไม่ให้ขานรับเสียงใครเรียกตอนกลางคืน
เพราะหากมีคนจะลอบทำร้ายเราตอนดึกๆ แต่มันมืดและไม่รู้ว่าเรานอนอยู่ตรงไหน
ถ้าเราดันไปขานรับเสียงเรียกมันเข้า มันก็ฆ่าถูกคนน่ะสิจริงมั้ย ฮ่าๆๆๆ
ห้ามมองลอดขาตัวเอง เพราะจะเจอผี
ความจริงคือนี่เป็นอุบายไว้หลอกเด็กค่ะ เพราะการก้มมองลอดขาตัวเองนานๆ
พอเงยหน้าขึ้นมาจะทำให้เวียนหัว ทรงตัวไม่อยู่ หน้ามืดจนเซไปชนเอาข้าวของเสียหาย
หรือเป็นอันตรายกับตัวเองได้ เพราะงั้นเพื่อพิสูจน์ความจริงข้อนี้
เรามาลองก้มมองลอดขาตัวเองดูสิคะ จะพบว่าจริงๆแล้วมันไม่มีอะไรหรอก
(แต่ยอมรับมาซะดีๆเถอะว่ายังไงก็ไม่กล้าทำอยู่ดีใช่มั้ย กลัวเจอผีจริงๆเข้าอะเด๊ ก๊ากกกกกกกกกก)
ห้ามให้ผู้อื่นถอดแหวนหรือกำไลให้ เพราะจะถูกแย่งคนรัก
อันนี้เป็นการปลูกฝังมารยาทที่ดีให้คนโดยใช้อุบายเป็นเครื่องมือ
หรือเรียกอีกอย่างว่าเป็นการใช้อุบายควบคุมความประพฤติของคนในสังคมนั่นเอง
เพราะความจริงคือ คนเราไม่ควรไปถอดเครื่องประดับออกจากตัวคนอื่น
เพราะถือเป็นการก้าวก่ายสิทธิ์และทรัพย์สินของคนอื่น ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม
ไม่เกี่ยวกับแย่งคนรักใครหรอกค่ะ ไม่เชื่อ ผู้หญิงลองถอดแหวนให้แม่
ผู้ชายลองถอดแหวนให้พ่อดูสิ
ห้ามนอนตอนพลบค่ำ เพราะวิญญาณจะออกจากร่าง
เรื่องของเรื่องคือเวลาพลบค่ำเป็นเวลาที่คนในบ้านที่ออกไปทำงานนอกบ้านมาทั้งวัน
จะกลับเข้ามาบ้านแล้วก็กินข้าวเย็นก่อนจะนอนหลับ เป็นเวลาครอบครัวค่ะ
เพราะงั้นเวลาพลบค่ำเลยถือเป็นเวลาที่ต้องช่วยกันตระเตรียมอาหารเย็น
ใครเอาเวลานี้ไปนอนถือว่าไม่เหมาะไม่ควรอย่างยิ่ง เพราะกินแรงคนอื่นนั่นเอง
ห้ามคนท้องไปงานศพ เพราะวิญญาณคนตายจะมาเกิดแทนลูก
ความจริงก็คือในสมัยก่อนไม่มีเมรุเผาศพ คนไทยจะเผาศพกันบนกองฟืนค่ะ
ซึ่งพอเผาไปแล้วศพจะงอขึ้นมานั่ง เนื่องจากกล้ามเนื้อโดนไฟไหม้
และแน่นอนว่ามันย่อมเป็นภาพที่น่ากลัวและอุจาดตาแก่ผู้พบเห็น
โดยเฉพาะกับคนท้อง ถ้าหากเห็นภาพเหล่านั้นก็อาจจะไปกระทบกระเทือนจิตใจ
จนอาจจะเป็นอันตรายกับลูกในท้องได้ คนโบราณก็เลยออกอุบาย
เพื่อให้คนท้องหลีกเลี่ยงจากความเศร้า ความเครียด และความไม่สบายใจนั่นเองค่ะ
ห้ามตัดเล็บตอนกลางคืน เพราะวิญญาณบรรพบุรุษจะอยู่ไม่สุข
ความจริงคือ สมัยก่อนไม่มีกรรไกรตัดเล็บเหมือนทุกวันนี้
คนโบราณจะใช้มีดเจียนหมากหรือมีดเล็กๆตัดเล็บ ซึ่งมันก็ตัดได้ยากลำบากอยู่แล้ว
ยิ่งพอตกกลางคืนมีแค่แสงเทียนสลัวๆ เท่านั้น ไม่มีไฟฟ้าสว่างเหมือนทุกวันนี้
การใช้มีดเจียนหมากตัดเล็บตัวเองในที่มืดนั้น ก็อาจจะทำให้พลาดเฉือนเนื้อตัวเองไปได้นั่นเองค่ะ
(ยิ่งไปกว่านั้น บางคนบอกว่าที่ห้ามตัดเล็บตอนกลางคืนเพราะผีจะมากินเล็บ ว่าไปนั่น -_-")
และ
ห้ามผิวปากตอนกลางคืน เพราะเป็นการเรียกผี
ความจริงคือ กูรำคาญ แต่ไม่อยากบอกตรงๆ ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกก
และนั่นก็เป็นข้อห้ามของคนโบราณที่บางคนยังคงเชื่อกันมาจนถึงทุกวันนี้ค่ะ
แต่อย่างไรก็ดี ข้อห้ามเหล่านี้ก็กำลังจะกลายเป็นแค่เรื่องตลกไปแล้ว
ด้วยความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และความคิดของคนเราที่เปลี่ยนแปลงไปจากอดีต
ดังนั้น ถ้าหากวันนี้จะมีใครซักคนคิดกลอุบายใหม่ๆ ขึ้นมาบ้าง
เพื่อควบคุมความประพฤติของคนในสังคมอย่างในสมัยก่อน
เห็นจะเป็นวิธีที่ใช้ไม่ได้ผลแล้วล่ะค่ะในสังคมสมัยนี้..
จริงไม่จริงก็ลองตั้งชื่อเอนทรี่ว่า "ต่ำกว่า 18 ห้ามเข้า เพราะของจะเข้าตัว" ดูสิ
คำตอบจะปรากฎชัดเจนที่..
เพจวิว
ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
