ในโลกนี้มีอะไรเป็นไทยแท้ ของไทยแน่นั้นหรือคือภาษา..



โอ้.. ไม่ ไม่แน่ ไม่แน่ๆ ค่ะ เพราะแม้แต่ภาษาไทย
ครึ่งต่อครึ่งก็ยังได้รับอิทธิพลมาจากภาษาอื่นเลย

แล้วนับประสาอะไรกับเรื่องของขนมไทย
ที่กว่าจะเป็นขนมไทยในวันนี้ได้
ก็มีการดัดแปลงปรับเปลี่ยนมาจากต่างประเทศทั้งนั้น

อย่างขนมสัญชาติโปรตุเกสที่แนนกำลังจะเอามาให้ดูในวันนี้


ถ้าหากคุณยังคงจดจำเรื่องราวที่เคยเรียนสมัยมัธยมได้อยู่ จะพบว่า..
การเดินทางมาของขนมโปรตุเกสนั้น มันเริ่มจากสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช
หรือเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2200 กว่าๆ ที่มีสตรีโปรตุเกสนางหนึ่งนามว่า มารี กีมาร์
หรือที่คนไทยเรียกว่าท้าวทองกีบม้า ภรรยาเจ้าพระยาวิชาเยนทร์
ได้นำสูตรขนมโปรตุเกสเข้ามาเผยแพร่ โดยใช้วัตถุดิบที่มีในสยาม
ซึ่งส่วนผสมหลักๆ ก็มีไข่ น้ำตาล และแป้ง
ก่อเกิดเป็น ทองหยอด ทองหยิบ ฝอยทอง ทองพลุ ทองโปร่ง ขนมผิง ลูกชุบ
สังขยา หม้อแกง บ้าบิ่น ขนมไข่ และอื่นๆเยอะแยะมากมาย


จากวันนั้นจนถึงวันนี้ 300 กว่าปีให้หลัง...
ขนมสูตรโปรตุเกสที่ชาวสยามเคยเรียกว่า "ขนมฝรั่ง" ในเวลานั้น
ได้ถูกเรียกว่า "ขนมไทย" ไปแล้วในวันนี้ ด้วยเพราะมันได้ถูกปรับเปลี่ยนมารุ่นแล้วรุ่นเล่า
และอยู่คู่ชาวสยามมาเป็นเวลานาน.. นานมากๆ.. นานจริงๆนะจ๊ะ..


เอาล่ะค่ะ.. วันนี้เรามาเปรียบเทียบกันดีกว่าว่า
ขนมโปรตุเกสแท้ๆ กับขนมไทยสัญชาติโปรตุเกสนั้นจะเหมือนหรือต่างกันยังไง 

 

 

 
             [ Fios de Ovos หวานน้อยกว่าและร่วนกว่า ขณะที่ฝอยทองจับแพสวยงาม ]

 

 

 

 
                          [ ลูกชุบไทยใช้ถั่วบด ส่วน Massapa'es ใช้อัลมอนต์บด ]

 

 

 

 

 

 

  
                             [ Bolo de Coco เนื้อร่วน สังขยาไทยเนื้อเป็นวุ้น ]

 

 

 

 
                                      [ รสชาติคล้ายกัน แต่ Ovos Moles จะใช้แป้งหุ้ม ]

 

 

 

 

 

 

 
                     [ บ้าบิ่นบ้านเค้าใช้เนยแข็ง ของเราใช้มะพร้าว ไม่ได้สลับภาพกันนะคะ ]

 

 

จริงๆแล้วขนมไทยสัญชาติโปรตุเกสมีมากมายนะคะ แต่แนน search หามาได้แค่ 7 ชนิด
นั่นเพราะมันไม่ได้ถูกบันทึกไว้ทั้งหมด และอาจเป็นไปได้ว่าระยะเวลาที่เนิ่นนาน
อาจทำให้ขนมโปรตุเกสหายไปบ้าง หรืออาจเปลี่ยนชื่อไปบ้าง อันนี้ไม่รู้..
ชื่อขนมที่เคยบันทึกไว้สมัยนั้นหลายๆอย่างก็เลยไม่มีปรากฎในสมัยนี้ค่ะ

เอาเป็นว่าใครไปเที่ยวที่โปรตุเกส
ลองชิมขนมที่นั่นแล้วลองเปรียบเทียบกับขนมไทยดู
แล้วเอามาเล่าสู่กันฟังบ้างก็ดีนะ   อยากรู้จริงจริ๊งงง



สวัสดีค่ะ

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

Hot! Hot! Hot! Hot!  โปรตุเกส Hot! Hot! Hot! Hot!

#127 By Thamtree on 2014-10-08 17:54

ว้าว!!! เพิ้งรู้เนี่ยแหละค่ะ
ว่าเราได้แบบขนมเขามาเต็ม

#126 By JokeKo on 2012-02-05 18:44

สุดยอดมาก ไม่เคยรู้มาก่อนเลยนะเนี่ย

#125 By Motif on 2011-06-29 21:54

หนมไทย ชนะขาดลอยจ้าาาาาbig smile

#124 By FDG (58.9.215.42) on 2011-03-13 04:52

เมื่อวานไปมิวเซียมสยาม แล้วคุยกับเพื่อนข้างๆว่า อ้าวไม่รู้เหรอว่าขนมไทยมาจากโปรตุเกส ..

ซักพัก คนที่ยืนอยู่ก่อนตรงนั้น ค้อนมาพร้อมกับจิกว่า "มีแค่ฝอยทองค่ะที่เป็นของโปรตุเกส"....

ทำให้เราอึ้งไป และตกใจมากว่าเธอจะโมโหทำไม
...
ยอมไม่ได้ค่ะ ก็เลยมาหาข้อมูล


ชั้นชนะ ฮ่าๆๆๆ ต้องขอบคุณคุณแนน ที่ไขข้อข้องใจHot! Hot!
เข้าใจมาตลอดว่าสังขยา คือคัสตาส อ้ะ sad smile
แล้วมีขนมอันไหนบ้างมั้ยคะที่เป็นของคนไทยจิงๆ
เวปนี้สุดยอดมากๆชอบมากคะ

#121 By kiki (72.130.184.13) on 2009-12-16 13:50

จริงๆหรอเนี่ย โอววว....wink คล้ายกันมากจริงๆ

#120 By Biggy (58.8.57.129) on 2009-11-27 01:02

ท้าวทองกีบม้า เป็นภรรยาคอนสแตนติน ฟอลคอน (เจ้าพระยาวิชาเยนทร์) ชาวกรีกที่เข้ามารับราชการในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีบุตรด้วยกัน 2 คนได้แก่จอร์จ ฟอลคอน และฮวน ฟอลคอน ต่อมาเมื่อสามีนางถูกลงโทษข้อหากบฏ เรียกตำแหน่งคืน ริบทรัพย์ และถูกประหารชีวิต ท้าวทองกีบม้าถูกส่งตัวเข้าไปเป็นคนรับใช้ในพระราชวัง และได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่ทำอาหารหวานประเภทต่างๆ ส่งเข้าไปในพระราชวังตามกำหนด การทำหน้าที่จัดหาอาหารหวานส่งเข้าพระราชวัง ท้าวทองกีบม้าได้ประดิษฐ์ขนมขึ้นมาใหม่ตลอดเวลา โดยดัดแปลงตำรับเดิมโปรตุเกส และเอาวัตถุดิบท้องถิ่นที่มีในสยามเข้ามาผสมผสาน ซึ่งหลักๆได้แก่ มะพร้าว แป้งและน้ำตาล จนทำให้เกิดขนมใหม่ที่มีรสชาติอร่อย พระราชวังก็ได้ให้ความชื่นชมมากและถูกเรียกตัวเข้าไปรับราชการในพระราชวังในตำแหน่งหัวหน้าห้องเครื่องต้น

แม้ท้าวทองกีบม้าจะมีชีวิตในระยะแรกๆ ค่อนข้างลำบาก สามีถูกประหาร ต้องมีชีวิตระหกระเหิน ถูกส่งตัวไปเป็นคนรับใช้ แต่ด้วยความสามารถ และอุปนิสัยดี มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ บั้นปลายชีวิตของเธอจึงสุขสบายและได้รับการยกย่องตามควร ท้าวทองกีบม้ามีอายุยืนถึง 4 รัชกาล คือ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช สมเด็จพระเพทราชา สมเด็จพระเจ้าเสือและสมเด็จพระเจ้าท้ายสระ คำว่าทองกีบม้า เพี้ยนมาจากชื่อ ตองกีมาร์ นั้นเอง มีหลักฐานบ่งว่าท้าวทองกีบม้าถึงแก่กรรมเมื่ออายุได้ 66 ปี
ท้าวทองกีบม้า จึงเป็นต้นตำหรับของขนมไทย

#119 By สานนท์ (203.185.148.134) on 2009-10-07 14:57

สมัยอยุธยา
เริ่มมีการเจริญสัมพันธ์ไมตรีกับต่างประเทศทั้งชาติตะวันออกและตะวันตก ไทยเรายิ่งรับเอาวัฒนธรรมด้านอาหารของชาติต่างๆ มาดัดแปลงให้เหมาะสมกับสภาพความเป็นอยู่ เครื่องมือเครื่องใช้ วัตถุดิบที่หาได้ ตลอดจนนิสัยการบริโภคของคนไทยเอง จนบางทีคนรุ่นหลังแทบจะแยกไม่ออกเลยว่า อะไรคือขนมไทยแท้ๆ อะไรที่เรายืมเค้ามา เช่น ทองหยิบ ทองหยอดและฝอยทอง หลายท่านอาจคิดว่าเป็นของไทยแท้ๆ แต่ความจริงแล้วมีต้นกำเนิดจากประเทศโปรตุเกส โดย "มารี กีมาร์" หรือ "ท้าวทองกีบม้า"

"ท้าวทองกีบม้า" หรือ "มารี กีมาร์" เกิดเมื่อ พ.ศ. 2201 หรือ พ.ศ. 2202 แต่บางแห่งก็ว่า พ.ศ. 2209 โดยยึดหลักจากการแต่งงานของเธอที่มีขึ้นในปี พ.ศ. 2225 และขณะนั้น มารี กีมาร์ มีอายุเพียง 16 ปี บิดาชื่อ "ฟานิก (Phanick)" เป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นผสมแขกเบงกอล ผู้เคร่งศาสนา ส่วนมารดาชื่อ "อุรสุลา ยามาดา (Ursula Yamada)" ซึ่งมีเชื่อสายญี่ปุ่นผสมโปรตุเกส ที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานในอยุธยา ภายหลังจากพวกซามูไรชุดแรกจะเดินทางเข้ามาเป็นทหารอาสา ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนเรศวรมหาราชไม่นานนัก

ชีวิตช่วงหนึ่งของ "ท้าวทองกีบม้า" ได้เข้าไปรับราชการในพระราชวังตำแหน่ง "หัวหน้าห้องเครื่องต้น" ดูแลเครื่องเงินเครื่องทองของหลวง เป็นหัวหน้าเก็บพระภูษาฉลองพระองค์ และเก็บผลไม้ของเสวย มีพนักงานอยู่ใต้บังคับบัญชาเป็นหญิงล้วน จำนวน 2,000 คน ซึ่งเธอก็ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เป็นที่ชื่นชม ยกย่อง มีเงินคืนทองพระคลังปีละมากๆ ระหว่างที่รับราชการนี่เอง มารี กีมาร์ ได้สอนการทำขนมหวานจำพวก ทองหยอด ทองหยิบ ฝอยทอง ทองพลุ ทองโปร่ง ขนมผิงและอื่นๆ ให้แก่ผู้ทำงานอยู่กับเธอและสาวๆ เหล่านั้น ได้นำมาถ่ายทอดต่อมายังแต่ละครอบครัวกระจายไปในหมู่คนไทยมาจนปัจจุบันนี้

ถึงแม้ว่า "มารี กีมาร์" หรือ "ท้าวทองกีบม้า" จะมีชาติกำเนิดเป็นชาวต่างชาติ แต่เธอก็เกิด เติบโต มีชีวิตอยูในเมืองไทยจวบจนหมดสิ้นอายุขัย นอกจากนั้น ยังได้ทิ้งสิ่งที่เธอค้นคิดให้เป็นมรดกตกทอดมาสู่คนรุ่นหลัง ได้กล่าวขวัญถึงด้วยความภาคภูมิ "ท้าวทองกีบม้า เจ้าตำรับอาหารไทย"

#118 By สานนท์ (203.185.148.134) on 2009-10-07 14:48

*จะบอกว่า เป็นไทย

#117 By the tisss on 2009-09-09 19:42

มาเม้นช้าไปหน่อย
แต่อยากบอกว่าบล็อกพี่เจ๋งมาก
ลงทุนหาข้อมูล
ได้อารมณ์ความเป็นไปจิงๆbig smile

#116 By the tisss on 2009-09-09 19:41

ฮาดี...

แต่ว่ามันก๊อปกันชัดดดๆๆๆๆ

อ่อ...พูดเล่นๆๆๆ

#115 By 猫様★ロックスター on 2009-08-23 18:58

ขนมไทยเรา

น่ากินกว่า

surprised smile

#114 By เจน (117.47.105.174) on 2009-08-23 18:32

โอววว อยากกินทั้งสองแบบบบ cry
หนม ๆ น่ากิน

กิน ๆ แล้ว อ้วน

อ้วน ๆ แล้วก้อ เลิกกิน ......... ไม่ได้
อิอิ

#112 By ป๊อกแป๊ก on 2009-05-30 10:43

เห็นแล้วครับว่าบล็อกงามอย่างไทย แม้แต่ฟอนท์หวัดลายไทยซะด้วย ฝอยทองนี่เคยรู้ว่ามาจากโปรตุเกสครับ แต่อย่างอื่นนี่เพิ่งรู้เหมือนกันครับ

บล็อกแนนศรี สตรีสยามสวยดีครับ ชื่อก็ทำคะแนนได้แล้วครับ ฮาฮา

#111 By หนึ่ง on 2009-05-29 22:58

ไม่รู้ว่า ขนมไทยกับขนมโปรตุเกส ของใครจะหวานกว่ากันนะครับbig smile เดี๋ยวนี้เราแทบหลงลืมไปแล้วว่า นี่ไม่ใช่ขนมไทยแท้ๆ open-mounthed smile

#110 By Recycle Boy on 2009-05-29 13:14

เค้าชอบกินลูกชุบ

#109 By J.M.P---Moo-Moo on 2009-05-28 19:29

รักขนมไทย สีเหลืองทองน่าทานจังคะ
ได้ความรู้ดีครับ

เห็นรูปแล้วอยากซื้อกินHot! Hot! Hot!

#107 By The Unbusy Man on 2009-05-25 11:42

เคยอ่านมาบ้างเหมือนกัน แต่ยังไม่เคยเห็นรูปจริงๆซักกะที ต้องขอบคุณแนมากๆครับที่เอารูปและความรู้มาแบ่งปัน ((แต่อยากชิมจังเลย))

#106 By ่ีืjunkkung (116.68.148.74) on 2009-05-25 10:20

น่ากินค่ะ


ไม่เคยกินของโปรตุเกตHot!

#105 By miracle-dream on 2009-05-24 12:15

Hot! เยี่ยมจริงๆ สำหรับความรู้ ขอบคุณค่ะ

#104 By Lily Pixel on 2009-05-22 03:07

ดูแล้วก็คล้ายๆกันเลยนะคะ

#103 By ~memay~ on 2009-05-22 00:29

ไม่ทราบว่ามีใครเคยกินขนมหวานๆของตรุกี หรือเลบานิส ก็มีขนมบางอย่างหวานๆและหน้าตาคล้ายๆขนมไทยเหมือนกันค่ะ เพียงแต่เราเป็นคนไทย เกิดกับอาหารไทย ขนมไทย แล้วก็เห็นมาตั้งแต่เด็กๆก็เลยคิดว่ามันเป็นของเราจริงๆ (คล้ายๆตอนไปเขมรแล้วไปเจอแกงเขียวหวาน ที่คนเขมรเขายืนยันนั่งยัน ว่าเป็นแกงประจำชาติของเขา) big smile
น่ากิน

#101 By .~MoconiZ~. on 2009-05-21 22:46

อยากลองชิมแบบต้นฉบับดูจัง
คล้ายๆกันมากๆ รุ้แค่ว่าขนมไทยที่ใส่ไข่แดง
มาจากแบบของโปรตุเกส แต่ไม่คิดว่าขนมโปรตุกเกส กะขนมเรามันจะใกล้เคียงกันขนาดนี้

เห้นแล้วก้น่ากิน ว่าแต่ของเรากะโปรตุเกส ใครจะอร่อยกว่ากัน

#99 By Zesame..!!! on 2009-05-21 22:08

ชอบขนมไทยครับ อร่อยมากมาย แต่ปัญหาหลักคือ "อ้วน" sad smile

ปล.อ่านแล้วชอบใจ ขออนุญาตแอดนะคับ surprised smile

#98 By Djehuti on 2009-05-21 21:42

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! 5 ดาวเลย
ประเทศไทยได้รับสิ่งต่างๆจากต่างประเทศ
แต่สุดท้ายมันก็คือ...ไทย
รักเจ๊

#96 By +Ayame+ on 2009-05-21 21:06

PinG~ ขนมหม้อแกงของแท้ต้องโปรตุเกส 55+

ดูยังไงของไทยเราปรับมาก็น่ากินกว่าครับ

#95 By Pl@y-M@Te on 2009-05-21 18:37

ได้ความรู้มากมาย

ขอบคุณมากนะคะ Hot! Hot! Hot! big smile

#94 By Mrs. Holmes on 2009-05-21 17:56

เราชอบทองหยิบมาก
ของบ้านเราน่ากินกว่าเห็นๆ
เห้อออออ เห็นแล้วอยากกินเลย
ยังไงแวะไปเยี่ยมชมและทักทายกันได้นะครับ
อยากกินของโปรตุเกส..
ดูน่ากินดี

แต่ ของไทยเราน่าจะหวานกว่าทุกอย่าง.. น้ำตาลเยอะเหลือออ..

น่าลองงง ของบ้านเค้าบ้าง ดั่งเดิม ดี

#90 By aprileighth on 2009-05-21 13:33

ความต่าง ที่คลายกัน
อาหารการกิน หรือขนมเป็นส่วนหนึ่งของวีถีชีวิตกระมั้งค่ะ
ผู้คนไม่ว่าเชื้อชาติไหนๆ พอไปอีกที
ก็ไม่ลืมอาหารการกินหรือขนมที่ตัวเองคุ้นเคย
จึงนำมาทำ หรือแม้ปรับเปลี่ยนให้เข้าถิ่นที่อยู่

เป็นความคลายที่น่ารักเชียวล่ะค่ะ
double wink

#89 By finch on 2009-05-21 12:58

อยากกินหม้อแกงงงงงงงง

#88 By Tammada on 2009-05-21 12:24

อ๊า... ชอบกินฝอยทอง
ไทยเราเอามาดัดแปลงแล้วดูน่าทานกว่าต้นฉบับอีกเน๊อะ

#87 By Sana_by_lllmukoilll on 2009-05-21 10:50

Hot!
เคยได้ร่ำเรียนมาแสนนานว่าขนมไทยมีต้นตอมาจากโปรตุเกส
วันนี้ได้เห็นด้วยตาเสียที ขอบคุณมากคร้าบ

#85 By KYRIL on 2009-05-21 10:03

โอ้ ชอบๆ
เพิ่งมาเจอบล็อคนี้ครับ
แอดๆๆHot!

#84 By Tomodachi on 2009-05-21 08:58

น่ากิน,, ไม่ได้กินของพวกนี้มานานมากละ
กลับไทยคราวนี้ จะกินทุกอย่างเลย Hot! Hot!

#83 By FONIIXZ on 2009-05-21 06:47

Hot!
ผ่านช่วงเวลาบ่มเพาะ
จนคิดว่าขนมไทยน่ากินกว่านะ

#82 By ไทดี้ on 2009-05-21 06:35

โห

บางอย่างพึ่งรู้เหมือนกันนะครับเนี่ย

big smile Hot!

#81 By ปาม มี่ ♫ on 2009-05-21 02:08

อาหารของโปรตุเกสมีอิทธิพลหลายชนชาติจริงๆครับ ขนาดเทมปุระของญี่ปุ่นทุกวันนี้ยังเคยเป็นอาหารของโปรตุเกสมาก่อนเลย น่าทึ่ง
อืม มันกลายเป็นสัญลักษณ์ของไทยไปแล้วนะครับ

#79 By Clepsydra:: on 2009-05-21 01:02

เข้ามาน้ำลายไหล

#78 By Gloriana on 2009-05-21 00:56

อยากรู้มาตั้งนานแล้วค่ะ ว่ามันต่างกันยังไง

พี่แนนสุดยอดเลย คารวะค่ะ confused smile confused smile confused smile

#77 By Prae on 2009-05-20 23:54

คือจริง จริงแล้วไทยอ่าเอาของเขามาแหละ

มันคือช่วงหนึ่งของประวัติศาสตร์นั้นเอง



โหะ เป็นอย่างงี้นี้เอง sad smile

#76 By mu-sic on 2009-05-20 23:53