"นี่แกจะใช้ชีวิตล่องลอยแบบนี้ไปถึงไหน"
คำพูดเดิมๆ ของแม่ยังคงดังผ่านสายโทรศัพท์มาให้ได้ยินแทบทุกวัน
บ่อยครั้งพอที่จะทำให้ฉันได้กลับมามองชีวิตของตัวเอง
นั่นสินะ... หากการใช้ชีวิตอยู่บนถนนของคนเดินทาง
มันเป็นชีวิตที่ล่องลอย และ ไม่มีจุดหมาย อย่างที่แม่ว่า
ฉันยังควรที่จะเดินทางบนเส้นทางสายนี้ต่อไปอยู่มั้ย??
ฉันเริ่มถามตัวเองอีกครั้ง..
แล้วคำตอบก็เริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
และในที่สุด..
ฉันเลือกแล้ว
จากเมืองแห่งความศิวิไลซ์
ฉันสะพายเป้ใบใหญ่หนีความวุ่นวายมาใช้ชีวิตอยู่ในเมืองแห่งความเงียบสงบ
ก่อนจะกลับมาที่นี่อีกครั้งพร้อมกับลูกทัวร์ในเดือนหน้า
แน่นอน.. ฉันยังยืนยันที่จะใช้ชีวิตบนเส้นทางสายนี้ต่อไปอยู่
ก็นะ.. คนเราหากโอนอ่อนให้กับคำตัดสินของคนอื่น
ก็คงไม่ได้เป็นตัวของตัวเองกันเลยทั้งชีวิต
เพราะความจริงแล้ว ไม่มีใครสามารถตัดสินชีวิตของใครได้หรอก
ว่าเป็นชีวิตที่ล่อยลอย ว่างเปล่า หรือมีคุณค่ามากน้อยแค่ไหน
นอกจากตัวของเราเองเท่านั้น
จะว่างเปล่าแค่ไหนกัน..
หากฉันจะใช้ชีวิตให้เคลื่อนผ่านไปทุกวันอย่างมีความสุขที่สุด
เมื่อได้ทำในสิ่งที่อยากทำ และเป็นในสิ่งที่อยากเป็นแล้ว
ฉันก็คงทำได้แค่นี้แหละ สำหรับชีวิตวันนี้ที่ยังไม่ต้องการอะไรเพิ่มเติม
ก็คงไม่จำเป็นต้องฝันอะไรต่อ ณ เวลานี้.. ก็นะ คนเราถ้าไม่รู้จักหยุดฝันบ้าง
ชีวิตก็คงขาดอะไรบางอย่างไปอยู่อย่างนั้นไม่จบไม่สิ้น
ไม่ได้สัมผัสกับความสุขที่สมบูรณ์แบบซักทีหรอก ฉันคิดอย่างนั้น..
บางที.. ชีวิตคนเราก็ไม่จำเป็นต้องมีอะไรมากมายหรอก
แค่พาชีวิตให้เคลื่อนไหวไปด้วยความสุขให้ได้ทุกๆวัน
ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด และเพียงพอกับความสุขที่มีอยู่ซะบ้าง
มันก็น่าจะเพียงพอแล้ว..
เพราะอย่างน้อยๆ..
วันสุดท้ายของลมหายใจ
จะได้ไม่ต้องมานอนเสียดายที่ชีวิตนี้ยังทำให้ตัวเองมีความสุขที่สุดไม่ได้
หรือไม่จริง??
ก็พูดแบบนี้กับฉัน
สู้ๆ
