มีอะไรใน "วัดโพธิ์"
posted on 13 Oct 2008 23:27 by nongza
พูดถึงวัดโพธิ์ขึ้นมาเมื่อไหร่ สิ่งที่คนส่วนใหญ่นึกถึง มักจะไม่พ้นเรื่องนวดกับยักษ์วัดโพธิ์
แต่จริงๆแล้ว.. วัดโพธิ์มีอะไรที่น่าสนใจกว่านั้นเยอะเลยนะคะ..
ก็อย่างที่แนนเคยบอกไปล่ะค่ะว่า ไปเที่ยววัดหรือโบราณสถานอย่างไม่รู้อะไรเลย
เราก็ได้แค่เดินผ่านมันไปอย่างไม่รู้อะไรเช่นกัน..
วันนี้.. ลองมาเที่ยววัดโพธิ์กันอีกครั้งดีกว่าค่ะ
ไปดูกันว่า ไอ้สิ่งก่อสร้างที่คุณเคยเดินผ่านๆมันมาน่ะ มันมีเรื่องราวอะไรซ่อนอยู่ในนั้นบ้าง
เริ่มต้นที่.. เจดีย์ วัดโพธิ์เป็นวัดที่มีเจดีย์มากที่สุดในกรุงเทพค่ะ คือราวๆ 100 กว่าองค์
เลยไม่แปลกถ้าใครได้ไปเยือนวัดโพธิ์จะได้เห็นเจดีย์เรียงรายอยู่ทุกฝีก้าว
และถ้าคุณไม่เป็นพวกเดินผ่านๆๆๆ ไปล่ะก็ จะสังเกตได้ว่า เจดีย์แต่ละองค์ที่นี่ตกแต่ง
ด้วยเศษกระเบื้องเคลือบจากเมืองจีน เพราะในสมัยรัชกาลที่ 3 ไทยมีการค้าขายกับจีนค่ะ
สมัยนั้นขนส่งสินค้ากันทางเรือสำเภา แล้วเวลาเอากระเบื้องจีนกลับมา คลื่นก็ซัดสำเภา
กระเบื้องก็แตกเยอะแยะไปหมด แต่รัชกาลที่ 3 พระองค์เป็นคนประหยัดค่ะ
แทนที่จะทิ้งเศษกระเบื้องพวกนี้ไป ก็เอามาประดับเจดีย์แทน.. กิ๊บเก๋ยูเรก้าสุดฤทธิ์
และในบรรดาเจดีย์มากมายมหาศาลนี้ ก็จะมีเจดีย์ใหญ่อยู่ 4 องค์
ที่น่าสนใจที่สุดก็คือเจดีย์ประธานองค์สีเขียวองค์หน้าในรูปนั่นแหละค่ะ
น้อยคนจะรู้ว่า ข้างในน่ะ ประดิษฐานซากพระศรีสรรเพชญ์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง
ของเมืองหลวงเก่า.. อโยธยาศรีรามเทพนครของเรา
พระศรีสรรเพชญ์นี่เปรียบเสมือนพระแก้วมรกตเลยนะคะ เมื่อตอนเสียกรุงครั้งที่ 2 เนี่ย
ถูกพม่าเผาเอาทองคำไปหมดจนเหลือแต่ซาก แต่ด้วยความที่เป็นพระพุทธรูปสำคัญ
รัชกาลที่ 1 เลยรับสั่งให้นำมาประดิษฐานไว้ในเจดีย์องค์นี้ และไม่เคยเปิดออกดูอีกเลย
จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ก็เลยไม่มีใครได้เห็นหน้าตาของพระศรีสรรเพชญ์เลยว่าเป็นยังไง
อีกอย่างนึงที่เป็นที่สุดก็คือ พระพุทธไสยาสน์เป็นพระพุทธไสยาสน์ที่งามที่สุดในเมืองไทย
และถ้าคุณคิดว่าพระพุทธไสยาสน์ เป็นปางปรินิพพานล่ะก็.. คุณคือจุดอ่อน!!!!!!!!
ผิด! ผิด! ผิด! ผิด! ที่สุดค่ะ คนทั่วไปมักจะเข้าใจผิดแล้วก็บอกลูกหลานมาอย่างนั้น
แต่ถ้าสังเกตดูดีๆ จะเห็นว่า ปางปรินิพพานที่เข้าใจกันนั้นยังเบิกพระเนตรอยู่เลยนะคะนั่น..
ก็ที่จริงแล้วปางลักษณะนี้เรียกว่า "ปางโปรดอสุรินทราหู" ต่างหากค่ะ
เป็นปางที่พระพุทธเจ้าโปรดยักษ์ตนหนึ่งชื่อ อสุรินทราหู ซึ่งพระพุทธเจ้าเห็นว่า
ยักษ์ตนนี้ฉลาดสามารถบรรลุธรรมชั้นสูงได้ จึงเนรมิตพระวรกายให้ใหญ่กว่ายักษ์
ร้อยเท่าเพื่อให้ยักษ์ตนนี้เลื่อมใสและเชื่อฟัง..
และนี่คือเหตุผลที่ทำให้พระพุทธรูปปางนี้ถูกสร้างขึ้นให้ใหญ่อลังการงานสร้างตลอด
สังเกตได้เลยว่าจะไม่มีพระพุทธรูปปางนี้เป็น size เล็กๆ เลย
สิ่งสำคัญต่อไป.. อันนี้ไม่ใช่ที่สุดแล้ว แต่เป็นหนึ่งเดียวค่ะ
นั่นคือ พระประธานในพระอุโบสถวัดโพธิ์ที่นี่ เป็นพระประธานปางสมาธิหนึ่งเดียวในกรุงเทพ
ฟังดูเหมือนจะไม่แปลกค่ะ ถ้าไม่สังเกตดูว่า พระพุทธรูปปางสมาธิน่ะมีให้เห็นง่ายๆซะที่ไหน
พระประธานของไทย 99% แสดงปางมารวิชัยทั้งนั้นนะคะ มีแค่ 1% เท่านั้นที่แสดงปางสมาธิ
เอ้า.. ว่ากันไป ของอย่างนี้ต้องสังเกตดีๆค่ะ
และที่สำคัญอีกอย่าง พระพุทธรูปองค์นี้เป็นที่เก็บอัฐิของรัชกาลที่ 1 ค่ะ
ก็เลยทำให้วัดโพธิ์ที่นี่ เป็นวัดประจำรัชกาลที่ 1 เอย..
ต่อไปเป็นรูปปั้นฤษีดัดตน.. เอ๋า? แล้วมันน่าสนใจตรงไหนเนี่ย
ก็น่าสนใจตรงที่ไอ้รูปปั้นที่วางอยู่บนหินนี่แหละค่ะ คือ ตำราการรักษาโรคสมัยก่อน
เพราะแต่ก่อนคนไทยยังอ่านหนังสือกันไม่ออก ก็ใช้รูปปั้นนี่แหละค่ะสอนให้คนรู้ว่า
ถ้าเจ็บป่วยจะมีการทำกายภาพบำบัดยังไง แต่น่าเสียดายสมัยนี้รูปปั้นนี่หายบ้าง แตกบ้าง
ก็เลยเหลือแค่ไม่กี่สิบตนเองค่ะ..
และนอกจากรูปปั้นฤษีแล้ว ยังมีจารึกตำรายา หมอนวด สมุนไพร
เพื่อให้ผู้ที่อยากมีความรู้เข้ามาศึกษาหาความรู้ด้วยตัวเอง..
วัดโพธิ์เลยได้ชื่อว่าเป็นมหาวิทยาลัยเปิดแห่งแรกของไทยค่ะ
(มหาวิทยาลัยเปิดในทางปฏิบัตินะ เด็กรามคำแหงอย่าเพิ่งโวยไป
รามคำแหงนั่นเป็นมหาวิทยาลัยเปิดแห่งแรกในทางทฤษฎีไงล่ะคะ)
ส่วน.. ตุ๊กตาจีน ที่ใครๆก็นึกถึงเวลาพูดถึงวัดโพธิ์น่ะเหรอคะ
จริงๆก็ไม่ได้สลักสำคัญอะไรนักหรอกค่ะ สมัยรัชกาลที่ 3 เค้าเอาตุ๊กตาพวกนี้
ถ่วงเรือมาจากจีนให้เรือหนักต้านลมพายุเฉยๆ พอมาถึงเมืองไทยแล้วก็ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร
ก็เลยเอามาตั้งๆ ไว้ ประดับไปทั่ว ทั้งวัดพระแก้วเอย วัดอรุณเอย เยอะแยะไปหมด..
ดูแล้วก็เพลินตาดีเหมือนกัน อ้อ.. และที่สำคัญ ตุ๊กตาหินจีนตัวโตๆแบบนี้
ไม่ใช่ยักษ์วัดโพธิ์อย่างที่ใครหลายๆคนเข้าใจนะคะ ตุ๊กตาหินก็ส่วนตุ๊กตาหิน
ส่วนยักษ์วัดโพธิ์ล่ะก็ นู่นเลยค่ะ ยักษ์แบบไทยๆที่ยืนเฝ้าอยู่ที่ประตูหน้าวัดต่างหากล่ะ
ใครที่ยังไม่เคยไป ว่างๆ ลองไปเดินเที่ยวชมดูนะคะ..
อย่าลืมเอาเกร็ดความรู้เกี่ยวกับวัดติดตัวไปด้วย
เชื่อเถอะค่ะว่า.. คุณจะมองเห็นคุณค่าของที่ที่คุณไปเยือนมากขึ้น
พอๆกับที่จะรู้สึกสนุกกับการเที่ยววัดมากขึ้นด้วยค่ะ
เพราะ "วัดโพธิ์" มีอะไรมากกว่าที่คุณเห็น
สวัสดีค่ะ
อยากไปเที่ยวเลยค่ะ..
#1 By MomMom on 2008-10-13 23:39