เอ็นทรี่ที่แล้วเอาเรื่องของรถรางมาเล่าให้ฟัง
คราวนี้ย้อนอดีตกลับไปช่วงก่อนที่รถรางจะเข้ามากันดีกว่า
ก่อนหน้าที่จะมีรถราง ตอนนั้นรถโดยสารที่เป็นที่นิยมกันในสยามก็คือ รถลากค่ะ
ใช้สำหรับโดยสารคนและบรรทุกของไปยังที่ต่างๆ
ซึ่งรูปร่างหน้าตาของมันก็คือเกวียนดีๆ นี่แหละค่ะ แต่ใช้คนลากเอา
สมัยนั้นเรียกกันว่า รถเจ๊ก
เหตุที่เรียกว่ารถเจ๊ก เพราะเป็นรถที่คนจีนอิมพอร์ตเข้ามา
และเป็นรถที่มีแต่คนจีนเท่านั้นที่รับจ้างลากในสมัยนั้น
ส่วนที่ชาวสยามเรียกคนจีนว่าเจ๊ก ก็คือมาจากคำว่า "อาเจ็ก" ค่ะ
สันนิษฐานว่าคนที่พาเรียกคนแรก คงจะไปได้ยินชาวจีนเรียกกันอาเจ็กๆ
เลยพาลเรียกชาวจีนทุกคนว่าเจ๊กค่ะ
รถลาก หรือรถเจ๊ก เริ่มเข้ามาครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2417 ในสมัยรัชกาลที่ 5
ตอนนั้นเริ่มมีถนนใหม่ๆ นอกจากคนที่เดินไปเดินมาบนถนนแล้ว
ก็เห็นจะมีรถลากนี่แหละค่ะที่เป็นเจ้าถนน วิ่งสวนทางกันไปมาวันละหลายรอบ
แล้วเวลาวิ่งไป ถ้าจะขอทางคนที่เดินอยู่บนถนน ก็จะมีสัญญาณเฉพาะ
โดยการร้อง "เฮ้ย เฮ้ย" เป็นการขอทาง เพราะรถเจ๊กจะไม่มีกระดิ่ง
เพราะฉะนั้นชาวสยามก็จะรู้ทันทีว่า ถ้าได้ยิน "เฮ้ยๆ" เมื่อไหร่
ก็นั่นแหละ รถเจ๊กวิ่งมาข้างหลังแน่ๆ
(ไม่เหมือนสมัยนี้ ถ้าได้ยิน "เฮ้ย เฮ้ย" เมื่อไหร่ นั่นแหละ มีเรื่องแน่ๆ 555)
และเมื่อรถเจ๊กเป็นที่นิยมอย่างมากมายในสมัยนั้น
ก็เลยมีการตั้งโรงงานทำรถเจ๊กขึ้นในสยาม โดยสั่งช่างมาจากเมืองจีน
และเมื่อมันมากขึ้นจนเต็มท้องถนน รัชกาลที่ 5 จึงออกพระราชบัญญัติ
บังคับให้จดทะเบียนรถ และออกกฎหมายเกี่ยวกับรถลากขึ้นมาบังคับใช้
รถลาก หรือรถเจ๊ก เป็นเจ้าถนนอยู่จนสมัยรัชกาลที่ 8
ก็มีวิวัฒนาการเป็นรถสมัยใหม่.. ใช้การปั่นแทนการลาก กลายเป็นรถสามล้อไป
รถเจ๊กก็เลยค่อยๆเสื่อมความนิยมไป และถูกประกาศให้เลิกใช้เมื่อ 60 ปีก่อน
ปัจจุบันรถเจ๊ก ไม่มีให้เห็นตามท้องถนนบ้านเราแล้วค่ะ
แม้แต่สามล้อเองก็ยังหาได้ยากแล้ว
จะมีก็แต่พาหนะรุ่นหลาน เหลน โหลน ที่มีวิวัฒนาการมาจากรถเจ๊ก
หน้าตาเปลี่ยนไป ค่อยๆไฮโซขึ้นเรื่อยๆ
ตอนโน้นนนนนนนนนนนนนนนน...
ตอนนู้นนนนนนนนนนน..
ตอนนี้...
รถเจ๊กในวันนั้น กลายเป็นสุดยอดพาหนะแห่งความเร้าใจในวันนี้
วิ่งเร็วสุดสวิงริงโก้.. จิ๊กโก๋ยังต้องหลบ..
ส่วนวิวัฒนาการต่อไปของรถเจ๊กจะมีหน้าตายังไง
จะมีหน้าไฮโซ และเร้าใจกว่านี้ได้อีกแค่ไหน..
แนนว่าไม่น่าเกิน 20 ปี.. คงได้รู้กัน..
สวัสดีค่ะ
แต่ปั่นน่าจะทุ่นแรงกว่าลากมั้ง...
