"คิดถึงมันเหมือนกันนะบ้านหลังนี้"
แม่พูดขึ้นมาลอยๆ พร้อมกับเอนตัวลงนอนในเปลยวนข้างๆ
ในขณะที่แนนกำลังนั่งดูสมุดวาดเขียนของตัวเองตอนเด็กๆ
ที่ไปรื้อออกมาจากห้องเก็บของในบ้านหลังเก่าที่นี่
นานมากแล้วที่เราไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ นับตั้งแต่เรามีบ้านหลังใหม่
แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นก็เถอะ บ้านหลังนี้ก็ไม่เคยหายไปจากความทรงจำของแม่หรอก
ทุกอย่างยังคงชัดเจนอยู่ในความทรงจำของแม่เสมอ
และแม่.. ก็ยังคงเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในบ้านหลังนี้ให้แนนฟังอยู่บ่อยๆ ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า
และดูเหมือนมันกำลังจะซ้ำอีกครั้ง..
"ตอนเด็กๆนะ แกชอบมานอนหลับอยู่ตรงนี้แหละ วันไหนร้อนๆ แม่ก็ต้องมานั่งพัดให้
แล้วมีวันหนึ่งนะ... "
ว่าแล้วไง.. และแล้วแม่ก็เริ่ม replay เทปม้วนเดิมให้แนนฟัง
ไม่ว่าจะเรื่องวีรกรรมของแนนตอนเด็กๆ หรือเรื่องราวที่น่าจดจำอีกหลายๆเรื่อง
ที่แม่เคยเล่าให้ฟัง จนแนนจำทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้หมดแล้ว
ถึงแนนจะได้ยินเรื่องราวเหล่านั้นมาหลายครั้ง แต่แนนก็ชอบที่จะฟัง
เพราะทุกครั้งที่แม่เล่า.. แนนก็จะได้เห็นรอยยิ้ม ได้ยินเสียงหัวเราะของแม่
ที่เล่าเรื่องราวตอนแนนเด็กๆให้ฟังอย่างสุขใจ
ราวกับว่านั่นคือช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดในชีวิตของแม่
และทุกๆครั้งที่แนนได้ยิน
แนนก็จะสัมผัสได้ถึงความรัก ความห่วงใยของแม่ที่มีให้แนนมาทั้งชีวิต..
ที่ ณ วันนี้ มันก็ยังคงไม่หายไปไหน..
ถึงแม้ว่าทั้งชีวิตที่ผ่านมา แนนจะไม่เคยได้ยินคำว่ารักออกจากปากแม่เหมือนใครๆ
แต่ทุกความรู้สึกก็สัมผัสได้อย่างชัดเจนมาเสมอ
แม่ไม่เคยบอกแนนว่ารัก แต่แม่ก็ไม่เคยลืมว่าแนนชอบกินอะไร
แม่ไม่เคยบอกแนนว่ารัก แต่แม่ก็มีความสุขทุกครั้งที่แนนกลับมาที่บ้าน
แม่ไม่เคยบอกแนนว่ารัก ไม่เคยบอกว่าเป็นห่วง
แม่มีแค่คำพูดประโยคหนึ่งที่เคยบอกแนนไว้นานมากแล้ว และแนนยังคงจดจำได้จนวันนี้
แม่บอกว่า.. ความทรงจำครึ่งหนึ่งของชีวิตแม่ เป็นเรื่องราวของแนน
ไม่มีคำว่ารักซักคำในประโยคนั้น
แต่กลับฟังดูแล้วยิ่งใหญ่และมีความหมายกว่าคำว่ารักมากกว่ามาก
และดูเหมือนมันจะเป็นเรื่องจริงซะด้วยสิ
เพราะแม่มีเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับแนน มันมากจนไม่น่าเชื่อว่าคนขี้ลืมอย่างแม่จะจำมันได้
เรื่องราวที่ผ่านมา ที่แม่กำลังเล่าให้แนนฟัง
บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่า แม่ไม่เคยลืมมัน และแม่ก็ไม่อยากที่จะลบลืม
แม่ถึงได้เล่ามันซ้ำแล้วซ้ำอีก เพื่อย้ำเตือนความทรงจำเหล่านั้น
แนนยิ้มอย่างเต็มแก้ม ขณะที่แม่ยังเล่าเรื่องราวตอนเด็กๆ ต่อไปอย่างไม่รู้จะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่
แววตาที่เปล่งประกายและรอยยิ้มที่แนนได้เห็นตรงหน้า
กลายเป็นสิ่งพิเศษที่ทำให้แนนเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลกใบนี้
....
แล้วเสียงโทรศัพท์แนนก็ดังขึ้น ขัดจังหวะคนที่กำลังเล่าอยู่อย่างเลี่ยงไม่ได้
แม่ยิ้ม ก่อนที่จะบอกให้แนนรับสาย..
10 นาทีต่อมา.. แนนวางสายโทรศัพท์ก่อนที่จะหันไปฟังเรื่องเล่าของแม่ต่อ
แล้วแนนก็อดยิ้มไม่ได้ กับภาพที่เห็นตรงหน้า..
ก็ใครจะไปเชื่อว่า เวลาแค่ไม่กี่นาทีจะทำให้แม่เผลอหลับไปได้ง่ายดายอย่างนี้
แนนนั่งมองแม่อย่างเงียบๆ ใบหน้าแม่ยังคงดูอิ่มไปด้วยความสุข
แล้วเรื่องเล่าของแม่ก็วูบขึ้นมาในความรู้สึกของแนนโดยไม่รู้ตัว..
"ตอนเด็กๆนะ แกชอบมานอนหลับอยู่ตรงนี้แหละ วันไหนร้อนๆ แม่ก็ต้องมานั่งพัดให้"
ภาพในวันนั้น ฉายชัดให้แนนได้เห็นในวันนี้
เมื่อที่ที่แม่กำลังนอนหลับอยู่ตอนนี้ เป็นที่ที่เดียวกับที่ที่แนนชอบนอนตอนเด็กๆ
แล้วเวลานี้.. แนนจะทำอะไรได้อีก
นอกจากหยิบสมุดวาดเขียนเล่มบางของตัวเองขึ้นมา เคลื่อนตัวไปนั่งข้างๆแม่ช้าๆ..
ค่อยๆ พัดวีให้แม่.. เบา.. เบา..
ตามมาแขวะ
ซึ้งจัง
