สวัสดีค่ะ
โฆษณาถือว่าเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับคนเรามานาน นานนนนนนนนนนนนนน มากแล้วล่ะค่ะ
แต่ก่อนนั้นการโฆษณาเป็นไปอย่างง่ายๆ ไม่ต้องผ่านสื่อไหน ขายกันตรงๆ ไปเลย
"ขนมตาลแม่เอิบจ้า หวาน นุ่ม อร่อย เอ้า เร่เข้าม้าาา เร่เข้ามา"
และตั้งแต่วันนั้น การโฆษณาก็มีวิวัฒนาการเรื่อยมา
และเพิ่มรูปแบบมากขึ้นเรื่อยๆ ตามยุคสมัยที่เจริญก้าวหน้าขึ้นทุกวัน
คุณสมบัติของโฆษณาสมัยก่อนนั้น ไม่มีอะไรมาก
มันจะบอกแค่สรรพคุณของสินค้า อันนี้ใช้ทำอะไรๆๆๆๆ ใช้แล้วเป็นยังไง ก็ว่ากันไป
แค่นั้น แค่นั้นจริงๆ..
ดูดิ
มาง่ายๆ จำได้ง่ายๆ ไม่ต้องมากความ
ไม่เหมือนโฆษณาสมัยนี้
ที่คุณสมบัติของโฆษณา ไม่ใช่แค่การบอกสรรพคุณของสินค้าเหมือนแต่ก่อน
แต่โฆษณาเป็นได้มากกว่านั้น
เพราะมันจะชี้ให้เห็นว่าชีวิตคนเรากำลังมีปัญหามากมายก่ายกองที่ควรได้รับการแก้ไข
ไม่ว่าจะเป็นสิว ผิวแห้ง เสื้อไม่ขาว ผมไม่ลื่น ทาโลชั่นแล้วเหนียวตัว และอื่นๆอีกมากมาย
ทุกอย่างในชีวิตสามารถหยิบยกมาเป็นปัญหาได้หมด
ซึ่งถ้าใครดูแล้วเดือดร้อนตามมันไปด้วย ก็จะตกเป็นเหยื่อของมันได้อย่างง่ายดาย
แต่ก่อนผู้หญิงรักแร้ดำ เป็นปัญหา จัดไวท์เทนนิ่งมาเสนอ
เดี๋ยวนี้รักแร้ขาวกันแล้ว แต่ดันไม่เรียบ เป็นปัญหาอีก
ซักหน่อยถ้ารักแร้ไม่นุ่มชุ่มชื่น คงกลายเป็นปัญหาอีกนั่นแหละ ไม่จบ ไม่สิ้น
ไม่เว้นแม้แต่เรื่องธรรมดาอย่างกลิ่นปากตอนตื่นนอน ก็ยังกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้ง่ายๆ
ซึ่งมันจะสื่อให้เราเห็นว่า ถ้าไม่ได้รับการแก้ไขแล้วมันจะส่งผลกระทบกับชีวิตแบบร้ายแรงสุดๆ
สรุปชีวิตนี้มีแต่ปัญหาใช่มั้ย??
โอ้วววววว ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
แล้วผลกระทบของปัญหาที่นำเสนอนั่นก็เกินจริงซะมากมาย เช่น
คุณผู้หญิงที่หน้าไม่ขาว เพื่อนเก่าก็จะไม่อยากเป็นเพื่อนด้วย
ส่วนคุณผู้หญิงที่ใช้แป้งพัฟ ไม่ได้แล้วนะคะ เพราะตลับแป้งอาจจะหนีบปากคุณเอาได้
ต้องนี่เลย แป้งฝุ่นใสกิ๊ง ไอ้ตัวนี้ฮามาก ยี่ห้ออะไรจำไม่ได้ละ ลืม
แล้วสรรพคุณของมันเนี่ยยิ่งไม่ต้องพูดถึง เพราะมันจะวิเศษมาก
ประหนึ่งว่าเป็นยาวิเศษจากสวรรค์ชั้น 7
- ว๊ายยยยยยยยยยยยย ใช้ dance รถไฟชนกัน
- กระดกทวิสตี้ชอต สาวกรี๊ดดดดดดดดดด อ๊าายยยยยยย ว๊ายยยยย โว้ววว (หาจุดขายไม่เจอแล้ว เข้าใจๆ)
- โอโม ไม่ใช่แค่ขาว แต่มันโคตรพ่อโคตรแม่ขาว ขาวอย่างที่ไม่เคยเห็นที่ไหนในโลกนี้มาก่อน
- กว่า 80% ของทันตแพทย์แนะนำให้ใช้คอลเกต (อันนี้โดนหน่วยงานควบคุมสื่อแบนไปแล้ว เพราะแอบอ้าง)
- ใกล้ชิด ใช้แล้วฟันแข็งแรง ต่อให้กำปั้นหนักแค่ไหนก็ไม่ทำให้ฟันหักได้
เมื่อโฆษณาชวนเชื่อ ทำให้ยากที่จะเชื่อ ก็ไม่แปลกอะไร
ที่ทุกวันนี้ผู้บริโภคจะดูโฆษณาไป แค่ผ่านๆตา
สำหรับแนนแล้ว ไม่ใช่ว่าไม่เข้าใจว่าโฆษณาต้องการจะสื่ออะไร
แต่โฆษณาที่มีเนื้อหาเกินจริงพวกนี้ ไม่ได้ให้อะไรเลยนอกจากความฮา
(ยกเว้นพวกโฆษณาเหล้า ที่มักจะให้ข้อคิดดีๆในชีวิต)
ทุกวันนี้ไม่ได้รำคาญโฆษณาแต่อย่างใด แต่ก็นั่งดูโฆษณาไปแบบขำๆ
เออ มันทำไปได้ ดูแล้วมันฮา มากกว่าที่จะเชื่อ
โดยเฉพาะไอ้พี่ฮอลล์ วะวะวะว้าว นี่ยิ่งชอบใหญ่ ดูทีไรก็ขำ
แต่ถามว่ารู้มั้ยว่า ฮอลล์รสอะไร ตอบได้ง่ายๆ ไม่รู้ ไม่ได้สังเกตค่ะ
ยิ่งไอ้พี่เอเลี่ยนหลงโลกนี่ไม่ต้องพูดถึง ดูทีไรก็ไม่เคยจะละสายตาจากจอทีวี
แต่ก็จำไม่ได้อีกน่ะแหละว่า ไอ้นิตยสารเล่มนั้นมันชื่ออะไร
ส่วนโฆษณาที่ดูแล้วติดตาติดหูน่ะเหรอ ฮ่าๆๆๆ
"แผลพุพอง เป็นหนอง ผิวหนังอักเสบ เป็นหนอง เชื้อราบนหนังศีรษะ โทนาฟ!!!!!!"
"ไม่ห่อตัว ไม่ซึมเปื้อน โซฟีแบบกระชับ"
ขายตรงๆ เข้าใจได้ตรงๆ ไม่มีข้อมูลที่เกินความจริง นี่ต่างหากที่น่าเชื่อถือ
ส่วนจะซื้อหรือไม่.. อันนี้ต้องไปพิจารณาเอาเองในร้านอีกที
ว่าแต่คุณล่ะคะ...
โฆษณาชวนเชื่อทุกวันนี้ จูงใจคุณได้มากน้อยแค่ไหน?
อ่านแล้วได้ใจจริงๆค่ะ โฆษณาสมัยนี้เป็นแบบนี้จริงด้วย กินอะไรติดฟันหน่อยใช้ไม้จิ้มฟันแคะไม่ได้แล้วนะคะ ต้องไปซื้อหมากฝรั่งมากินเท่านั้น