2008/Feb/17

 


"ใส่ชูชีพเสร็จแล้วลงเรือครับ ลงเรือ"

เสียงคนจัดคิวเรือดูหิ่งห้อยร้องตะโกนบอกนักท่องเที่ยวให้ลงเรือ
ดังซะจนขี้หูเต้น..

แนนควักเงิน 60 บาทในกระเป๋า เพื่อแลกกับการชมหิ่งห้อยในครั้งนี้
ถึงแม้ว่าจะไม่อยากสนับสนุนซักเท่าไหร่
แต่ในใจก็อยากจะไปดูเพื่อหาคำตอบให้กับอะไรบางอย่าง

เรือหางยาวเริ่มเคลื่อนตัวไปตามสายน้ำอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ไปถึงจุดหมาย
ตรงจุดที่ต้นลำพูขึ้นกันเรียงราย.. และที่นั่น.. คือ จุดรวมตัวของหิ่งห้อยนับพัน

คนขับเรือชะลอความเร็ว เมื่อจุดหมายอยู่ตรงหน้า
พร้อมกับเริ่มอธิบายความรู้แบบงูๆปลาๆ แต่ทว่า.. ไม่ค่อยมีใครสนใจนัก
เพราะมัวแต่ตื่นตาตื่นใจกับแสงกระพริบที่ได้เห็นตรงหน้ามากกว่า

เมื่อคนขับเรือเริ่มฉายสปอตไลท์ไปที่ต้นลำพู..
เสียงของเครื่องยนต์ก็เบาลง.. แต่เสียงของนักท่องเที่ยวก็เริ่มดังขึ้น
ขณะที่คนขับเรือก็พยายามตะโกนอธิบายด้วยเสียงที่ดังขึ้นอีกเช่นกัน
เวลานี้ ทุกคนต่างชื่นชมกับแสงของหิ่งห้อย
และคนขับเรือก็นั่งยิ้มอย่างเต็มภาคภูมิที่ได้เห็นนักท่องเที่ยวตื่นเต้นกับสิ่งที่ได้เห็นตรงหน้า

แนนนั่งเงียบ.. ขณะที่ทุกคนกำลังกรี๊ดกร๊าดกับแสงกระพริบสีเขียว
เริ่มรู้สึกเป็นห่วงหิ่งห้อยอัมพวาขึ้นมาทันที..

นักท่องเที่ยวเหล่านี้คงไม่รู้หรอกว่า.. ก่อนหน้านี้ ริมน้ำแม่กลองมีต้นลำพูมากกว่านี้เยอะ
ถ้าได้พายเรือมาตอนค่ำๆล่ะก็ จะได้เห็นแสงระยิบระยับเต็มไปหมด
ไอ้ที่พวกเค้าเห็นอยู่ ณ ตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นของจริงหรือไม่จริงก็เถอะ..
รวมกันแล้วยังไม่ได้ครึ่งของที่เคยเห็นเมื่อ 7-8 ปีก่อนเลยจริงๆ

เพราะหลังจากการนั่งเรือชมหิ่งห้อยถูกส่งเสริมให้เป็นจุดขายของอัมพวาแล้ว
ชาวบ้านหลายคนต้องตัดต้นลำพูหน้าบ้านทิ้งด้วยความจำใจ..
เพราะเสียงเครื่องยนต์เรือที่มาหยุดตรงหน้าบ้าน
และเสียงฮือฮาของผู้มาเยือนที่ดังมาอย่างไม่ขาดสาย
ตั้งแต่ย่ำค่ำจนดึกดื่น.. ทำให้ชาวบ้านไม่ได้หลับได้นอนกันเลย

หิ่งห้อยที่เคยกระพริบอยู่อย่างมากมาย ก็เริ่มลดน้อยลงเรื่อยๆ
เพราะทนกับเสียงดังของเครื่องยนต์และแสงสปอตไลท์ที่สาดส่องไปที่พวกมันไม่ไหว
เรือมา 10 ลำ เสียงก็ดัง 10 ครั้ง สปอตไลท์ก็สาดส่องไป 10 หน

คนขับเรือที่นี่.. ไม่ใช่ว่าไม่รู้ ทุกคนรู้ดีว่าหิ่งห้อยนั้นลดจำนวนลงมาก
แต่ทว่าทุกคนก็ยังปิดหูปิดตา ไม่รับไม่รู้อะไรดีกว่า
ในขณะเดียวกัน.. การนั่งเรือชมหิ่งห้อยก็ยังคงถูกส่งเสริมและประชาสัมพันธ์มากขึ้น มากขึ้น

คนขับเรือสตาร์ทเครื่องเรืออีกครั้ง.. ก่อนจะเคลื่อนตัวกลับสู่ท่าเรือที่ตลาดน้ำอัมพวา
เสียงเครื่องยนต์ดังแผดแก้วหู..

ไม่กี่นาทีต่อมา..
เรือจอดเทียบท่าที่ตลาดน้ำอัมพวา.. แนนก้าวขึ้นจากเรือช้าๆ
ขณะที่นักท่องเที่ยวอีกกลุ่มหนึ่งกำลังเตรียมตัวลงเรือ

แนนหดหู่ใจกับสิ่งที่ได้เห็นวันนี้.. จริงๆแล้วถ้าคนที่นี่คิดถึงผลของมันกันซักนิด
ตั้งจุดลงเรือไว้ใกล้ๆ.. แล้วพายเรือพานักท่องเที่ยวมาดูด้วยความสงบ คงจะดีกว่านี้มาก
อย่างน้อยหิ่งห้อยอัมพวาคงไม่หายไปไหน.. อย่างที่เป็น

แนนเดินฝ่าฝูงชนที่เบียดเสียดกันออกมา ความแออัดและลมหายใจของผู้คนที่หายใจรดกัน
เปลี่ยนจากอากาศดีๆ เป็นความอบอ้าวขึ้นมาทันที..

 

10 นาทีต่อมา..
แนนกลับมาถึงบ้าน.. ขณะที่ในใจยังคงแอบคิดถึงหิ่งห้อยที่อัมพวาไม่หาย..
ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้ จะเหลือหิ่งห้อยอีกกี่ตัวที่ทนกับเสียงดังและแสงสปอตไลท์ได้
ไม่อยากคิดเลยจริงๆ

แนนเปิดประตูหลังห้องออกไปยืนรับลมที่ระเบียง
สายตามองออกไปที่ต้นลำพูสองต้นตรงหน้า.. ที่ถูกประดับประดาด้วยแสงของหิ่งห้อย
ราวกับเพชรพลอยที่ติดอยู่บนต้นไม้..

สายลมอ่อนๆพัดโชยจากสายน้ำหน้าบ้าน.. ได้ยินเสียงกิ่งไม้กระทบกันได้ชัดหู

หิ่งห้อยตัวน้อยสองตัวขยับปีกบินผ่านหน้าแนนไป.. แนนละสายตาจากต้นลำพู
หันมามองแสงระยิบระยับที่ลอยผ่านไปด้วยสายตาที่เปล่งประกาย

ไม่น่าเชื่อเลยว่า.. ความเงียบสงบจะทำให้หิ่งห้อย แม้เพียงสองตัวก็ดูงดงามขึ้นได้

มันงดงาม.. อยู่ในความเงียบ!!!

 

 

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
อะโห.......
หิ่งห้อยยังมีอยู่จริง!

อยากเห็นบ้างจังค่ะ
ต้องไปที่อัมพวาอย่างเดียวเลยเหรอคะ?
ไปไม่เป็นอย่างแรง =_=
แต่อยากเห็นหิ่งห้อยยยยยยยย
#1  by  loseyloose At 2008-02-17 23:18, 
เคยไป แล้วก้ได้ยินแบบที่คุณแนนเล่าล่ะค่ะ
บ้านเรามีอะไรดีดีมากมาย แต่ไม่มีการจัดการที่ดี นึกแล้วน่าเสียดายนะคะ
#2  by  sorbet* At 2008-02-17 23:19, 
ใต้ลำพู
รอคู่กรรม!!
#3  by  คนไม่มีหัวใจ At 2008-02-17 23:28, 
5555555+
เอ็นทรี่ที่แล้วพี่ก็เมนต์เรื่องนี้นะ
มันเป็นเรื่องจริงนินาา
คนอยู่แถวนั้นไ่ม่ค่อยสงบเท่าไหร่confused smile
#4  by  *-*นู๋บู่*-* At 2008-02-17 23:30, 
เสียดายนะ เราไม่ได้ไปตอนที่เค้ายังไม่ฮิตขนาดนี้
แต่อยากรู้ว่า ส่องสปอร์ตไลท์เพื่อ?
#5  by  ~Pompoko~เดี๊ยนเองฮ่ะ At 2008-02-17 23:30, 
เพิ่งแวะมาเยี่ยมครั้งแรกค่ะ

เคยไปที่นั่นเหมือนกันค่ะ แต่ว่าไม่เห็นหิ้งห้อย

มันคงจะดีมากๆเลย ที่เห็นแสงเีขัยวอยู่ท่ามกล่างความมืดู่ big smile
#6  by  ฺีBuzzY At 2008-02-17 23:37, 
น่าไปนะครับ ตอนเพื่อนๆไปกันไอ้เราก็ยังนอนเกาพุงอยู่ปัตตานีอยู่เลย

ต้องไปให้ได้
#7  by  หนุ่มชุดดำ At 2008-02-18 00:08, 
เหลือเชื่อแฮะ ยังเหลืออยู่ด้วย...

ไม่ใช่ว่าเอาไฟคริสท์มาสไปแขวนไว้นะครับ (ฮา)

นึกถึงคู่กรรมที่เบิร์ดเล่นเลยแฮะ - -
#8  by  เหมือนถ่อ_(。◕‿◕。 )/ At 2008-02-18 00:08, 
มาอีกรอบ ตะกี้กดเม้นไปก่อน

เสียดายเหมือนกันนะครับ จริงๆแล้ว ผมว่าควรจัดแบบเชิงอนุรักษ์นะ เสียดายเหมือนกันครับ
#9  by  หนุ่มชุดดำ At 2008-02-18 00:10, 
จะดีมาก ถ้าได้ดูแบบมืดๆ เงียบๆ ........... เสียดาย ที่แค่ไปเซอเวย์เห็นคนอันคับคั้งได้ไม่ถึง 5 นาทีผมก็กลับแล้ว...(รู้สึกอึดอัด)
#10  by  หมีขั้วโลก™ At 2008-02-18 01:43, 
ต่อไปจะเหลืออะไรบ้างเนี่ย

กอบโกยกันจนไม่มีอะไรจะเหลืออยู่แล้ว

มนุษย์มีแต่เอาจากธรรมชาติ ไม่เคยให้อะไรกลับคืนเลย
#11  by  oam At 2008-02-18 08:51, 
เหมือนผมจะหลงรักบล๊อคนี้เลย

ชอบๆครับ
#12  by  Under Constuctive Man At 2008-02-18 11:01, 
เป็นอะไรที่ซึ้งมากๆ ซึ้งจนบรรยายไม่ถูกเลย

หิ่งห้อย เป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่งดงาม และ หายากมาก ในกรุงเทพ ความจริงแล้วเราไม่เคยเห็นหิ่งห้อยในตัวเมืองเลยด้วยซ้ำ ถือว่าเป็นโชคดีของแนนที่ได้พบเห็นความสวยงามของหิ่งห้อย แสงของมันคงสว่างไสว ท่ามกลางความมืด เรานึกไม่ออกเลยด้วยซ้ำว่า มันจะงดงามมากแค่ไหนเวลาที่รวมตัวกันเป็นกลุ่มก้อน surprised smile เอาเป็นว่า เก็บความสวยงามของหิ่งห้อยให้เป็นความทรงจำที่สวยงามตลอดไปแล้วกันนะ cry Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!
#13  by  RareBird At 2008-02-18 11:59, 
big smile เบื้องหลังความงดงามที่คนอื่นชื่นชม
มีความน่าหดหู่ซ่อนอยู่
แต่.. ใครจะรู้บ้างเนี่ย
#14  by  Poodle (202.28.62.245) At 2008-02-18 12:01, 
จริงด้วยครับ

..จะดีกว่ากันไหม ถ้าปล่อยให้หลายๆสิ่งในธรรมชาติงดงาม "อยู่ในความเงียบ"
#15  by  ใบไม้นักเขียน At 2008-02-18 13:57, 
ครั้งสุดท้าย ที่ผมเห็น ก็ยังจำไม่ได้ว่าเป็นเมื่อไหร่ แต่สวยจริง ๆ ครับ
#16  by  「4GLORY」 At 2008-02-18 14:54, 
สงสารหิ่งห้อย

สงสารคนรุ่นต่อๆไป ที่อาจจะไม่ได้เห็นมันอีกแล้ว
#17  by  Nu*EyE*zA At 2008-02-18 15:27, 
ตะก่อนอยู่แถวบ้านแม้จะเป็นในเมืองก็เห็นหิ่งห้อยได้ไม่แปลกอะไร (ตอนที่เจอหิ่งห้อยยังพูดไม่ชัดเลย เรียก"หี่ห้อย"- -"ทุเรศจังเรา)แต่สมัยนี้หาดูยากยิ่งเข้าไปทุกทีแล้วเนอะ ถ้าส่งเสริมการท่องเที่ยวแต่ไม่ได้รักษาธรรมชาติที่ควรเป็นไปควบคู่กัน อะไรจะเหลือให้อนุชนรุ่นหลังดูกันล่ะเนี่ย
#18  by  parishii At 2008-02-18 15:53, 
ตอนผมไปผมเช่าเรือส่วนตัว
แต่ทัศนีย์ภาพที่เห็นมันเกินความคาดหมาย
เรือที่ผมไปเลือกลำน้ำที่ไม่ใช่ที่ที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะไป
ด้วยความเงียบของลำเรือทำให้ได้มีโอกาสเห็นหิ่งห้อยระยิบระยับราวกับไฟจากต้นคริสต์มาสเลยละครับ
ประทับใจสุดๆ
#19  by  จิปาถะ At 2008-02-18 16:07, 
งือ ไม่ชอบที่ใช้เรือติดเครื่องเข้าไปเหมือนกันค่ะ
มันดูรบกวนสภาพแวดล้อมจนเกินไป
#20  by  แมงปอ At 2008-02-18 17:11, 
เราก้ไปอัมพวาเมื่อปลายปี50 คนมากจริงๆ เห็นเรือกับคนจำนวนมากมายเตรียมไปชมหิ่งห้อยแล้วตกใจ เราไม่ไปชมคะเห้นคนมากยังคุยกันกับแฟนว่าแล้วหิ่งห้อยจะได้นอนไหมนี่
แต่ที่เกาะยาวน้อยของพังงาหิ่งห้อยก้แยะนะเคยเดินเล่นกลางคืนแล้วหลงเข้าไปในดงหิ่งห้อย
ดรแมนติคมากคะ
#21  by  Duoartists in phuket At 2008-02-18 18:40, 
แถวบ้านผมก็เคยมีนะ แต่พอโตขึ้น ก็ไม่เคยเห็นอีกเลย
#22  by  โก๋สิจ๊ะ At 2008-02-18 21:00, 
เคยไปชมหิ่งห้อยที่อัมพวาครั้งนึงค่ะ แต่แถว ๆ ท่าคานะ ตอนนั้นก็จ้างเรือไป พายไปค่ะ อิอิ
เงียบ ๆ ได้บรรยากาศมาก ๆ เราพูดคุยด้วยเสียงระซิบ เพื่อไม่ให้ไปรบกวนพวกมันเข้า
แม้จะได้เห็นหิ่งห้อยเพียงรำไร ๆ ไม่เยอะมาก (อาจจะเป็นเพราะต้นลำพูแถวนั้นน้อยอยู่แล้ว)แต่ก็ประทับใจค่ะ
ราตรี ธรรมชาติ และความเงียบ

confused smile
#23  by  =*MoonShiNe Ze*= At 2008-02-18 23:25, 
น้องแนนมีแสงแว็บๆ แข่งกะหิ่งห้อนหรือยัง
วันนี้เป็นจั๋งได๋ ซำบายดีบ่
คิดฮอดหลายเด๊อ
#24  by  จั่นเจา At 2008-02-20 18:38, 
น่าไปเที่ยวจัง อยากกินหิ่งห้อย

อ่ะ ล้อเล่งๆ
#25  by  วิศวะ[กะ]โปลิศ At 2008-02-24 19:41, 
ฟังดูเป็นปรัชญาดีครับ งดงาม ในความเงียบ

จะว่าไปก็จริงนะครับ เดี๋ยวนี้มันลดน้อยลงมากจริงๆ ครับ
ทั้งเครื่องยนต์ที่ทำให้น้ำเสีย ทั้งเสียงดังหนวกหูที่รบกวนมันในตอนกลางคืน

น่าเศร้านัก
#26  by  ปิงกรู At 2008-02-24 23:03, 
เป็นที่ที่อยากไป อีกที่นึงค่ะ และจะต้องไห้ได้ เพราะแป้งชอบเรื่องคู่กรรมค่ะsurprised smile
#27  by   At 2008-02-28 22:42, 
ต้นลำพูคงจะเหลือที่เดียวคือแถวนั้นกระมัง...คิดถึงจัง ตอนเด็กๆเคยเห็น ตอนนี้ไปไหนหมดแล้วไม่รู้
#28  by  shuu (58.64.101.204) At 2008-03-02 22:52, 
พี่แนนหายไปไหนคะ??

ทามมายเงียบๆไปเยย embarrassed
#29  by  ♥~*$weetZz..BloG`!!*~♥ ™ At 2008-03-03 12:09, 
เคยแต่ไปเที่ยวตลาดอ่ะค่ะ
ไม่เคยไปดูหิ่งห้อยซะที

อ่านเอ็นทรี่นี้แล้ว นึกอยากดูคู่กรรมขึ้นมาเลย


confused smile confused smile confused smile
แวะมาเยี่ยมเยียนค่ะ
#30  by  •_•l2 :: น้องท่อ At 2008-03-03 14:48, 
โผล่มาเจอได้ไงวะเนี่ย ?

คิดถึงมึงว่ะเพื่อนนนนนน

ไว้จะมาเยี่ยมบ่อยๆนะ
#31  by  ❀・aoichan・❀ At 2008-03-08 05:56, 
น่าเศร้านะ.. ที่นับวันความสวยงามตามธรรมชาติมันจะหายไปทุกทีๆ ทุกอย่างถูกแทนที่ด้วยความวุ่นวาย
#32  by  White Paladin At 2008-03-11 18:31, 
โอ้ ดีจังได้แวะไปดุหิ่งห้อยที่อัมผวามาแล้ว พี่ก้อไปแล้วเหมือนกัน แต่อยู่ไม่ถึงดูหิ่งห้อย เสียดายจัง ฟังจากน้องแนน เล่าแล้วก้อ รุ้สึกเป็นห่วงเหมือนกัน ว่าในอนาคตต่อไปข้างหน้า เรายังจะมีสิ่งสวย ๆ งาม ๆ ที่เกิดจากการรังสรรค์ของธรรมชาติอีกสักแค่ไหน sad smile sad smile sad smile
#33  by  jommann (58.8.111.108) At 2008-03-24 20:52, 
Dear Nanny,
I have seen plenty of them while I was young, Some times I put them in tiny plastic box and wonder on magic light.But recently for many years I've never seen it, even in Malaysia in 1995...I will visit Ampawa some days...Thanks for your nice and natural care.big smile
#34  by  Mr.BJ At 2008-06-20 07:33, 

<< Home