"Happy Birthday นะพี่โฟม"
แนนพูดเบาๆ พร้อมกับวางดอกกุหลาบขาวไว้ข้างเจดีย์บรรจุอัฐิของคนรักตรงหน้า
เหมือนกับที่เคยทำมาทุกปี
5 ปีแล้ว ที่พี่โฟมจากไปอย่างไม่มีวันกลับ
สำหรับบางคน 5 ปีมันอาจจะดูเป็นช่วงเวลาที่ผ่านมาเนิ่นนาน
แต่สำหรับแนน.. กลับรู้สึกราวกับว่าเหตุการณ์เมื่อ 5 ปีก่อนมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง
ภาพทุกภาพ เรื่องราวทุกอย่าง ยังคงฉายชัดในความทรงจำของแนนเสมอ
7 ปีที่แล้ว..
พี่โฟมก้าวเข้ามาในชีวิตแนน ด้วยการพูดคุยกันในค่ายเยาวชน
และหลังจากวันนั้น ความผูกพันก้อเริ่มต้นขึ้น
ในเวลาต่อมาไม่กี่เดือน.. พี่โฟมก้อกลายเป็นพี่ชายของแนนไปโดยไม่รู้ตัว
และแนนก้อกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตพี่โฟมอย่างแยกไม่ออก
เด็กหญิงวัย 13 ปีที่ใช้ชีวิตตัวคนเดียวโดยไม่มีใครดูแล
ซ้ำยังต้องทำงานฆ่าเวลาเหงาไปวันๆ
นี่คงเป็นเหตุผลที่ทำให้พี่โฟมต้องมาดูแลแนนทุกวัน
จะด้วยความสงสาร หรืออะไรก้อไม่รู้ล่ะ
แต่หลังจากที่พี่โฟมเข้ามาในชีวิต หลายๆอย่างก้อเปลี่ยนไป
จากชีวิตเดิมๆที่เคยหัวเราะร่ากับเพื่อนได้เฉพาะเวลาไปโรงเรียน
พอหลังเลิกเรียนก้อต้องนั่งแหง่วอยู่คนเดียว
กินข้าวเย็นคนเดียว ไปไหนมาไหนคนเดียว
ก้อกลับมีอีกคนมานั่งกินข้าวด้วย มีคนไปไหนมาไหนด้วย
และจากที่เคยแบกรับปัญหาจากการทำงานมาไว้คนเดียว
ก้อมีอีกคนมารับรู้ และช่วยแบ่งความทุกข์ไปได้อีกครึ่ง
ความเป็นพี่น้องของแนนกับพี่โฟมดำเนินต่อมาเรื่อยๆ
ในขณะที่ความรู้สึกบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นช้าๆ
จนวันหนึ่งเราก้อพบว่า.. มีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ในความผูกพันของเรา
ฐานะที่เปลี่ยนไป.. ไม่ได้ทำให้อะไรเปลี่ยนไปมากนัก
พี่โฟมยังคงทำในสิ่งเดิมๆ เหมือนทุกวัน ไม่ต่างจากฐานะพี่ชายเลยแม้แต่น้อย
ไม่กี่เดือนที่ความเป็นคนรักได้เริ่มต้นขึ้น
ปิดเทอมฤดูร้อนก้อมาถึง.. แนนกลับบ้าน บ้านที่แนนรัก
และนั่นก้อหมายถึงว่า เราต้องห่างกันเป็นเวลานับเดือน
ช่วงเวลานั้นเรายังคงคุยโทรศัพท์กันทุกวันก่อนนอน
และทุกคืนพี่โฟมจะร้องเพลงๆหนึ่งให้แนนฟังเสมอ
"ฟ้าอาจจะพรากให้เราจากกัน แต่ไม่มีวันพรากเธอนั้นจากใจฉันได้
ฉันจะอยู่เพื่อรักเธอตลอดไป แม้สิ้นลมหายใจ.. รักเธอนิรันดร์"
แนนได้ยินเพลงนี้ทุกวันจนชินหู น้ำเน่าได้ใจจริงๆ
แล้ววันนั้นก้อมาถึง วันที่แนนกลับจากบ้าน
แนนโทรไปหาพี่โฟมในขณะที่พี่โฟมกำลังขับรถมาหาแนน
แม้มันจะเป็นครั้งแรกที่เราจะได้เจอกันหลังจากที่ไม่ได้เจอกันมาเป็นเดือน
แต่เรากลับมีปากเสียงกันเล็กน้อย ทว่ามันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเราสองคน
เพราะสองปีที่รู้จักกันมา ไม่เคยซักครั้งที่จะทะเลาะกัน
และเพราะแนนมัวแต่ใส่ใจกับคำพูดมากกว่า..
เลยทำให้แนนลืมไปเลยว่า คนที่อยู่ปลายสายกำลังทำอะไรอยู่
2 นาทีต่อมา ในขณะที่เรายังทะเลาะกันไม่หยุด
เสียงกระทบกันของอะไรบางอย่างดังขึ้น มันดังจนต้องเอาโทรศัพท์ออกจากหู..
และเสียงพูดจากปลายสายก้อหยุดชะงักไป
แนนเรียกชื่อพี่โฟมหลายครั้ง แต่ก้อไม่มีเสียงตอบรับใดๆ
ทุกอย่างเงียบสงบไปชั่วขณะ และซักพักก้อมีเสียงผู้ชายดังขึ้น
"เฮ้ย ทำไงวะเนี่ย มึงไปโทรแจ้งตำรวจดิ๊"
"โห จะรอดมั้ยวะเนี่ย เฮ้ย มึงมาช่วยกูเปิดประตูดิ๊ แบบนี้จะเปิดได้เปล่าวะเนี่ย"
ไม่มีใครรู้ว่าโทรศัพท์พี่โฟมยังคงถูกต่อสายอยู่
ไม่มีใครรู้ว่ามีผู้หญิงอีกคนหนึ่งรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้น
แนนเข่าอ่อนจนแทบจะทรุด ทำอะไรไม่ถูกซักอย่าง
นอกจากฟังสิ่งที่เกิดขึ้นที่ปลายสาย.. แต่ไม่นานสายก้อตัดไป
แนนตัดสินใจโทรไปหาตำรวจ และรีบไปที่เกิดเหตุทันที
ที่นั่น..เจ้าหน้าที่กำลังเคลื่อนย้ายซากรถออกจากบริเวณที่เกิดอุบัติเหตุ
กระจกรถที่แตกหมดทำให้มองทะลุไปถึงเบาะคนขับที่เต็มไปด้วยคราบเลือด
และนั่น.. เป็นรถของพี่โฟม
ทันใดนั้นก้อมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น..
เสียงลุกลี้ลุกลนจากต้นสาย ฟังได้ไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่
แต่ก้อพอจับใจความได้ก่อนที่สายจะตัดไปว่า
"โฟม เสียเลือดมาก ไอซียูที่โรงบาล"
แนนรีบไปที่โรงพยาบาลทันที ระหว่างทางก้อภาวนาให้พี่โฟมปลอดภัย
และพยายามหลอกตัวเองว่า พี่โฟมคงไม่เป็นอะไรหรอก
ที่โรงพยาบาล..
พยาบาลและบุรุษพยาบาลกำลังวุ่นอยู่กับผู้ป่วยอุบัติเหตุที่เพิ่งเข้ามาใหม่
แนนรีบเดินไปที่ห้องไอซียู และที่นั่น.. หมอกำลังคุยบางอย่างกับแม่พี่โฟม
กิริยาของแม่พี่โฟมที่ตั้งใจฟังหมอพูด ก่อนที่จะร้องไห้โฮออกมา
บอกให้แนนรับรู้อะไรบางอย่างแล้ว
แนนเดินช้าลงจนแทบจะหยุดเดิน ไม่อยากรับรู้สิ่งที่กำลังจะได้ยินในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า
แต่สุดท้ายก้อเลี่ยงไม่ได้
แม่และน้องชายพี่โฟมเดินเข้ามาหาแนนทั้งน้ำตา..
ร้องไห้จนพูดอะไรไม่ถูก ก่อนที่จะตั้งสติแล้วบอกแนนว่า
"โฟมเค้าไปแล้วลูก"
แนนกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้อีกต่อไป..เมื่อได้รับรู้ว่า
คนที่นอนนิ่งไร้ลมหายใจอยู่ในห้อง ICU นั้น
คือคนๆเดียวกันกับคนที่แนนคุยด้วยเมื่อชั่วโมงที่แล้ว
ทุกอย่างมันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว.. เร็วจนรับไม่ทัน
และยิ่งไปกว่านั้น เมื่อได้หันกลับมาทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้วก้อได้รู้ว่า
ถ้าชั่วโมงที่แล้วแนนใจเย็นกว่านั้นซักหน่อย..
และฉุกคิดถึงอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นซักหน่อย
ป่านนี้ แนนคงกำลังเดินยิ้มร่าอยู่ที่ไหนซักแห่ง กับพี่โฟม ผู้ชายที่แนนรัก
การสูญเสียคนรักไปอย่างไม่มีวันจะได้กลับคืน นั่นคงเป็นบทลงโทษที่สาสมแล้ว
สำหรับแนน.. คนที่มีส่วนเป็นต้นเหตุของการจากไปของพี่โฟมอย่างปฏิเสธไม่ได้
3 วันต่อมา..
งานศพพี่โฟมเสร็จสิ้นลง เมื่อโลงศพถูกเคลื่อนเข้าสู่เมรุเผาศพ
มือที่เคยจูงมือแนน ดวงตาที่เคยมองแนน ร่างกายของคนที่แนนรัก
ก้อถูกเปลี่ยนเป็นเถ้าธุลีและอัฐิหลายร้อยชิ้น
และมันก้อถูกเก็บไว้อย่างดีในเจดีย์บรรจุอัฐิตรงหน้าแนน จนถึงวันนี้
การจากไปของพี่โฟม กลายเป็นบทเรียนที่ยิ่งใหญ่ของแนนในวันนี้
แม้ชีวิตจะได้เรียนรู้อะไรมากขึ้นจากเหตุการณ์ครั้งนั้น..แต่มันก้อไม่ใช่สิ่งที่ดีนักหรอก
ที่บทเรียนเหล่านั้น.. เราต้องแลกมันมาด้วยความสูญเสีย
น่าแปลกที่บางครั้ง กว่าคนเราจะเรียนรู้อะไรได้ ทุกอย่างมันก้อสายไปเสียแล้ว
ณ วันนี้ ความทรงจำดีๆทั้งหมดยังคงถูกเก็บไว้อย่างดี แม้พี่โฟมจะจากไป 5 ปีแล้ว
แต่ความรักที่เกิดขึ้นในช่วงเวลา 2 ปีของเรา
กลับกลายเป็นกำลังใจที่ผลักดันชีวิตแนนให้ก้าวต่อไปอย่างมีความสุขได้ทั้งชีวิต
แนนหลับตาลง บอกพี่โฟมในใจถึงการมาเยือนของแนน
ก่อนที่จะหันหลังกลับและเดินออกมาจากที่ตรงนั้น
แนนก้าวเท้าเดินช้าๆ ในขณะที่ภาพความทรงจำยังคงชัดเจนอยู่ในความรู้สึก
และเสียงเพลงที่คุ้นหูยังคงดังขึ้นในใจสม่ำเสมอ
"ฉันจะอยู่เพื่อรักเธอตลอดไป แม้สิ้นลมหายใจ.. รักเธอ"
*หมายเหตุ การทะเลาะกันอาจเป็นเรื่องธรรมดาของความรัก
แต่มันคงไม่ใช่สิ่งที่ดีนักหรอก เพราะคุณอาจไม่มีโอกาสปรับความเข้าใจกันอีกเลยก้อได้
ขอให้ความรักอยู่กับคุณตลอดไปค่ะ
** หมายเหตุ 2 วันนี้วันเกิดพี่โฟม ขอเปลี่ยนอารมณ์ชั่วคราว
entry หน้าจะกลับมาในโหมดปกติ
