2008/Jan/25

สวัสดีค่ะ

เอาแล้วไง.. จั่วหัวมาแบบยั่วยวนบาทาแบบนี้
คาดว่าหลังจากที่อ่านกันจบ คงจะหายไปกว่าครึ่งเลยทีเดียว

เอาล่ะ จั่วหัวไว้ยังไง ก็ต้องพูดถึงเรื่องนั้น

ความกระแดะนั้น มีหลายชนิดค่ะ
แต่ความกระแดะที่กำลังเป็นกระแสที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันหนาหูทุกวันนี้
เห็นจะเป็นความกระแดะทางการใช้ภาษา ที่นอกจากจะสื่อออกมาทางการพูดการจาแล้ว
ยังสื่อออกมาทางการเขียนได้อีกด้วย

รุชิป่ะ ว่านุ้งแนนหมายถึงอารายยยยยย งุงิ งุงิ แง๊วววว จูบู้ จูบู้

และนั่นคือความกระแดะที่ถูกเรียกกันใหม่ว่า แอ๊บแบ๊ว
ซึ่งเป็นความกระแดะที่มีทั้งคนที่ออกมาต่อต้าน
และคนที่เต็มใจยอมรับว่านี่คือการเปลี่ยนแปลงของภาษา

เอ้า เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ว่ากันไป

 

และนอกจากความกระแดะดังกล่าวแล้ว มีใครรู้บ้างว่า
ยังมีความกระแดะอีกอย่างหนึ่งค่ะที่คนเรามักจะมองข้าม
และเห็นว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว
อาการกระแดะที่กำลังจะพูดถึงต่อไปนี้ มีอาการแบบนี้ค่ะ

"ชั้นก้อรู้นะแนนว่าแกไม่ได้ซีเรียสกับเกรดวิชานี้
แต่อย่างน้อยแกก้อน่าจะคอนเซนเทรทกับมันบ้าง
ไม่ใช่จะอิกนอร์กับมันแบบนี้อะ แอ๊กทีฟบ้างก้อดีนะยะ
เพราะอย่างน้อยเกรดมันก้อโชว์ในทรานสคริปท์แหละ"


เอิ่ม.. ยูโนว์ วอทไอมีนใช่มั้ยคะ??

อาการแบบนี้ไม่ได้ระบาดเฉพาะในแวดวงของคนที่เรียนเอกภาษาอังกฤษ
หรือคนที่เรียนเมืองนอกเท่านั้นนะคะ
แต่มันแทรกอยู่ในทุกสังคมเลยทีเดียว  ซึ่งความกระแดะดังกล่าวก้อมีระดับมากน้อยต่างกันไป
ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแต่ละคนค่ะ..

เอาล่ะ.. ทีนี้มาดูขั้นของความกระแดะกัน

1. ขั้นปกติ ความกระแดะระดับปกตินี้มีให้เห็นทั่วไปค่ะ
อย่างในแวดวงของ exteen ก็จะมีการใช้ภาษาอังกฤษแทนภาษาไทย เพราะพยางค์น้อยกว่า
อย่างเช่น  แสดงความคิดเห็น ก้อจะใช้คำว่า คอมเม้นท์ หรือเม้นท์
(ยืมเค้ามาใช้ยังไปกร่อนของเค้าได้อีกเนอะ)เป็นต้น

2. ขั้นเกินไปนิด อาการกระแดะระดับนี้ เป็นอาการที่ยังพอทนได้อยู่ค่ะ
สันนิษฐานว่า อาการกระแดะระดับนี้ เกิดจากความดัดจริตของผู้พูดเอง
และอีกกรณีหนึ่งคือความสับสนทางภาษาของผู้พูด (นึกภาษาอังกฤษได้ก่อนภาษาไทย)
เช่น
"แกก้อโน๊ตไว้สิแนน มันเป็นดีเทลที่เอาไปอะแด๊บเข้ากับงานของเราได้"

3. ขั้นโคม่า ความกระแดะขั้นนี้น่าเป็นห่วงมากค่ะ แสดงให้เห็นถึงความไร้ทักษะ
ในการแยกแยะระหว่างภาษาโคตรเหง้าของตัวเอง กับภาษาอังกฤษ
ซึ่งผู้พูดจะใช้ภาษาอังกฤษถึงครึ่งหนึ่งเลย
ปัญหาของบุคคลประเภทนี้ไม่ใช่แค่นึกภาษาอังกฤษได้ก่อนภาษาไทยเท่านั้นนะคะ
บางคนมันถึงขั้นนึกภาษาไทยไม่ออกเลยทีเดียว เช่น

"เฮ้ย กูแฮนด์อินการบ้านกูแล้วนะ แต่อาจารย์เค้าก้อ เอิ่ม..โน เรสปอนส์ว่ะ"

"ไปเข้าแคมป์นี้ดิแก แอคทิวิตี้ดีมากอะ มีข้อสอบวัดสกิลของเราด้วยว่าอยู่เลเวลไหน
แล้วเค้าจะมี เอิ่ม มี เค้าเรียกอะไรล่ะ  เออ เซอร์ทิฟิเคทอะ  ดีมากจริงๆ คอนเฟิร์มย่ะ"

สำหรับใครที่มีอาการกระแดะถึงขั้นนี้ และไม่รู้จะแก้ปัญหานี้ยังไง
แนะนำให้ไปเรียนภาษาไทยใหม่ตั้งแต่ ป.1 เลยค่ะ

4. ขั้นประสาทกลับ ประเภทนี้จะไม่พยายามนึกภาษาไทยเลย
แล้วยังสับสนในภาษาอังกฤษอีกด้วย ประเภทว่านึกภาษาไทยไม่ออก
แล้วยังนึกภาษาอังกฤษไม่ได้ หรืออาจจะนึกได้คลับคล้ายคลับคลา
สุดท้ายก็สื่อออกมาประเภทที่ว่า..

"กูว่าการท่องเที่ยวสมัยนี้มันออกแนว ดีมาน ซัพพอร์ต แล้วว่ะ"

"จบตรีมาได้ไงวะ ไม่มีอะไบเอเบิลในการทำงานเล้ย"
"อะไรวะ อะไบเอเบิล"
"เค้าเรียกอะไรล่ะ เออ..ใช่ๆ ความสามารถ"
"....."
"....."
"....."
"....."
"ก๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก"

ประเภทนี้ยังมีน้อยอยู่ แต่ถ้าใครถึงขั้นนี้ล่ะก็ แนะนำให้เปลี่ยนไปใช้ภาษาใบ้ดีที่สุดค่ะ

นั่นคือสี่ประเภทความกระแดะที่มีอิทธิพลจากภาษาต่างประเทศ
และถ้าอยากรู้ว่าคุณอยู่ในระดับไหน..
ลองเอาภาษาพูดที่คุณใช้ไปพูดกับรุ่นคุณปู่คุณย่าดูซักครั้ง
แล้วสังเกตหน้าตาของคนฟังดู
ถ้าผูกคิ้วเป็นโบว์ล่ะก็..
คุณกำลังเริ่มพูดคนละภาษากับบรรพบุรุษแล้วล่ะค่ะ

 

เอาล่ะ รู้จักขั้นของความกระแดะแล้ว.. ไปดูผลกระทบกัน

จริงๆ แล้วผลกระทบมันก็พอๆกับภาษาแอ๊บแบ๊ว
เพียงแต่ปัญหามันคนละประเด็นกัน
ภาษาแอ๊บแบ๊ว ทำให้วิธีการเขียนแบบเดิมๆ ผิดเพี้ยนไป
แต่ถ้าเอามาพูดแล้วยังไงก็ยังคงเป็นภาษาไทยอยู่
ส่วนภาษาลูกครึ่งอย่างที่ยกตัวอย่างไปนั้น
ถึงจะเขียนไม่ผิด แต่ภาษาพูดก็จะถูกปรับเป็นภาษาอื่นแทน

ตอนนี้ยังมองเห็นผลกระทบของมันได้ไม่ชัดเจนหรอกค่ะ
แต่นานวันเข้า.. เมื่อภาษาไทยของเราถูกใช้กันน้อยลง
เพราะใช้คำภาษาอังกฤษแทนกันมากขึ้น
สุดท้าย.. ภาษาไทยก็จะหายไปพร้อมกับกาลเวลา

เพราะฉะนั้น..
จะดีกว่ามั้ยคะ? ถ้าเราใช้คำภาษาอังกฤษกันเท่าที่จำเป็น
จะดีกว่ามั้ยคะ? ถ้าเราเลี่ยงใช้คำภาษาอังกฤษแทนคำที่ภาษาไทยก็มีให้ใช้อยู่แล้ว

เผื่อว่าวันข้างหน้า.. วันที่วัฒนธรรมชาติอื่นซึมซับเข้ามาทุกตารางนิ้วแล้ว
เราก็จะยังเหลือภาษาที่ยังคงเป็นของเราอยู่..

แม้มันจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่บ่งบอกถึงความเป็นไทยแล้วก็ตาม!!!

 

หรือคุณคิดว่ายังไง?

 

 

หมายเหตุ: เจ้าของบล๊อกได้ค้นพบขั้นที่ 5 แล้ว ทันทีที่มองกลับมาหาตัวเอง
อาการเป็นดังนี้... นอกจากนึกไทยไม่ออก นึกอังกฤษไม่ออกแล้ว
มันยังกล้าบัญญัติศัพท์ใหม่ขึ้นมาอีก เช่น

วันนี้เรียนหนักมากค่ะ โซ ซิกกะวิ้ว มากเลยจริงๆ

เอาล่ะ.. คราวนี้ใครจะมาเข้ากลุ่มเดียวกันบ้าง ขอมือหน่อย

 

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ของผมประมาณขั้น หนึ่ง ครึ่ง ละกันครับ confused smile
#1  by   มาสเตอร์แชมป์ At 2008-01-25 15:47, 
อยู่ขั้นเกือบๆ จะสองค่ะ sad smile
#2  by  nechu♪ At 2008-01-25 15:54, 
พยายามให้คงที่อยู่ในขั้นหนึ่งค่ะ

sad smile

แต่ถ้าเป็นไปได้จะพยายามไม่ให้ติดมาเลย..อะฮั้นรักเมือง
ไทยชูชาติไทยค่ะ big smile
#3  by  ongki At 2008-01-25 15:57, 
หนูก็ขั้น หนึ่ง
ด้วยความรู้ภาษาอังกฤษมีน้อย
ไม่สามารถนำมาประสมกับภาษาไทยได้
ฮา..big smile
#4  by  - มั ค คุ i n ศ ก์ - At 2008-01-25 15:58, 
ดีกว่าแน่ครับ
ถ้าจะพูดภาษาอังกฤษ ก็พูดทั้งประโยคเลยดีกว่า
#5  by  oam At 2008-01-25 16:01, 
เคยถึงขั้นคิดคำไทยไม่ออกอยู่บ้างนะ...
เราว่าคำบางคำใช้ทับศัพท์ไปเลยมันเข้าใจง่ายกว่า
(แก้ตัวน้ำขุ่นๆsad smile)
#6  by  Al - Me(Alexis-Melania Z. Griffin ) At 2008-01-25 16:02, 
อ่ะ ไม่ขอแสดงความคิดเห็น ปัญหาระดับโลกsad smile
#7  by  แมงกลิ้งขี้ At 2008-01-25 16:05, 
อาฮ้า สำนวนการพูดไทยคำอิงลิชคำเนี่ย จะควอลิฟายเป็นการกระแดะได้ ต้องเฉพาะในคอนเวอเซชั่นในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่ในเทคนิคัลคอนเวอเซชั่นนะครับ

ฮ่าๆ

ส่วนตัวผมรำคาญมากครับ ใครพูดแบบนี้ แต่เข้าใจได้ ว่าอาจจะเห่ออยู่ หรือไม่ก็กำลังพยายามคิดแบบภาษาอังกฤษ เพราะเคยเป็นเหมือนกันตอนเพิ่งเรียนภาษาอังกฤษใหม่ๆ (ตอนสิบขวบมั้ง) มองในมุมกลับก็ดีเหมือนกันที่คนไทยรู้จักศัพท์อังกฤษกันมากขึ้น (ยกเว้นประเภทสี่ที่คุณแนนว่ามา)

สิ่งที่ผมกลัว คือการที่คนไทยในตอนนี้รู้จักคำศัพท์ไทยน้อยลงมากๆ ครับ สำนวน ภาษิตไม่ต้องพูดถึง ทำให้สื่อสารกันได้ห่วยแตกมาก เช่น เวลาไม่สบาย ครั่นเนื้อครั่นตัว ก็จะตอบหมอได้แค่ "ไม่รู้สิคะ มันกะยุกกะยิก มันแปล๊บๆ แปลกๆ ยังไงไม่รู้" sad smile

ผมเชื่อเป็นการส่วนตัวว่า ภาษาที่ซับซ้อนช่วยให้คนฉลาดขึ้น เพราะได้ใช้สมองอยู่ตลอด ดังนั้นในทางกลับกัน คนที่ไม่ใช้ภาษาให้ซับซ้อนเลยนี่...

น่าจะจัดสัปดาห์ใช้ภาษาไทยอย่างฉลาดกันนะครับเนี่ย เอ๊ะ หรือว่ามีอยู่แล้ว?
#8  by  PastelSalad At 2008-01-25 16:07, 
ของพี่ขั้น 2. ขั้นเกินไปนิด
ถ้าคุยกับเพื่อนสนิทละก็ ชาวบ้านงงกัน แบบว่าชิมิเลย
อันนี้พิมพ์ไม่ได้ใจคะน้องแนน ต้องคุยกันจะรู้เลย ว่า
กระแดะจริงๆconfused smile
#9  by  หนูกระปุกตั้งฉ่าย At 2008-01-25 16:09, 
Hot! confused smile
#10  by  หมีบ้าๆกะลิงบ๊องๆ* At 2008-01-25 16:10, 
ผมคิดไปเองหรือเปล่า หรือว่ารูปช็อคโกแลตที่หัวบล๊อกมันเปลี่ยนไปจริงๆ

ผมว่ามันดูน่ากลัวพิกลนะ สงสัยก้อนมันใหญ่ไป หรือไม่ก็เพราะคุณแนนเอารูปตัวเองขึ้นไปแปะใกล้เกินไป (//หลบรองเท้าที่เจ้าของบล๊อกปามา)

ว่าแต่ ระวังคนจะเข้าใจเข้าว่าเป็นออทิสติกอัจฉริยะด้านศิลปะการต่อสู้นะครับ
#11  by  PastelSalad At 2008-01-25 16:11, 
คงจะปกติมั้ง..ของเราอ่ะ

อาจเป็นเพราะว่าโง่อังกฤษมากมาย

เลยไม่สามารถกระแดะได้ถึงขั้นสุด

5555+
#12  by  p_pink (161.246.1.36) At 2008-01-25 16:19, 
เอ๊ะ!!!!!!!!!!!!!!!!!
#13  by  :: - Nancy อารมณ์ดี - :: At 2008-01-25 16:19, 
ขั้นปกติเหมือนกันค่ะ เพราะมากไปตัวเองรำคาญเหมือนกันsad smile
#14  by  *~citrus~* At 2008-01-25 16:21, 
ขั้นที่ 5 ตั้งเอง อิอิอิ
แม้แต่ภาษาไทยก็ใช้ผืด ไม่น่าให้อภัยเลยเนอะ
#15  by  แพนด้าญี่ปุ่น At 2008-01-25 16:23, 
ขอฮาก่อนได้ไหม
ฮ่าๆๆแต่ละตัวอย่างมันชั่งแสบจริงๆ
ขอระดับแรกแล้วกันค่ะ- -
ไม่สามารถพิมได้ขนาดนั้น
#16  by  Seiz At 2008-01-25 16:26, 
ผมคอนเฟสว่าอยู่เลเวล 2 ครับ question
#17  by  นายตุ้ย At 2008-01-25 16:32, 
ถ้าผมเจอพวกนี้ผมจะถามว่า

"..ม่มึ...มีผั..เป็นฝรั่งหรอ" confused smile
#18  by  azlaz At 2008-01-25 16:36, 
ยังอยู่ขั้นหนึ่งเกือบๆสองค่ะsad smile
#19  by  saya chan At 2008-01-25 16:36, 
ขำตัวอย่างภาษาแอ๊บแบ๊วที่น้องแนนยกมามากๆๆๆๆ

โดนซะ

คือเคยไปอ่านอะไรแบบนี้เข้าแล้วปวดหัวขึ้นมาทันทีเลยครับ แบบต้องแปลไทยให้เป็นไทยอีกที

ทุกวันนี้พี่กระแดะขึ้นสุดยอดคือ ใช้ไทย จีน อังกฤษผสมกันครับsad smile แต่ยังไงภาษาไทยเราก็เพราะที่สุด big smile

แต่ไอ้อะไบเอเบิลนี่ก็ก๊ากใช้ได้ครับquestion ว่าแต่คำอังกฤษจริงๆของมันคือคำว่าอะไรเหรอครับsad smile
#20  by  เชน หยินและหยาง At 2008-01-25 16:45, 
ยังอยู่ขั้นแรก...sad smile
#21  by  Maew At 2008-01-25 16:48, 
อยู่ในขั้นปกติเกือบๆพัฒนาไปขั้นสอง sad smile
ปกติพูดน้อยๆก็ทนได้นะ แต่ถ้ามาเยอะๆนี่ ค่อนข้างรำคาญค่ะ sad smile
#22  by  ★+๑๐MinJeE with ANTM๐๑+★ At 2008-01-25 16:58, 
อยู่ในสขั้นที่หนึ่ง และกำลังจะกลายพันธ์เป็นขั้นที่ 2 = =
แต่ก็นะ ข้าพเจ้าไม่เก่งอังกฤษง่ะ = ="
#23  by  Let's KiBatTe!!! : Individual System At 2008-01-25 17:00, 
ขั้นประสาทกลับนี่ฮามากค่ะ กร๊าก ๆ

คุณประภาส ชลศรานนท์ (อีกแล้ว) เคยบอกว่า ถ้าจะพูดไทยก็พูดไทยไปทั้งประโยคเลย ถ้าจะพูดภาษาอังกฤษก็อังกฤษไปทั้งประโยคสิ จะพูดสลับกันไปมาทำไม ให้ลูกหลานสับสนเนาะ open-mounthed smile

ส่วนอิชั้น ไม่ได้เรื่องทั้ง 2 ภาษาค่ะ สงสัยจะอยู่ในขั้นประสาทกลับ 5555
#24  by  b613 At 2008-01-25 17:02, 
อืมๆ
มีบเางแหละน่า
ก็ไม่รุนแรงถึงขั้น 2-3-4sad smile sad smile
เหอะๆๆ
#25  by  | | | | W i i | | | | At 2008-01-25 17:08, 
เราคนหนึ่งละที่ไม่ค่อยอยากใช้ภาษาอื่นแบบไม่จำเป็น
ใช้ว่าไม่อินเตอรืรึอะไร แต่ว่าของๆเรา เราก็ควรใช้..

จะว่าไปก็มีประสบการณ์ตรงนะ แต่ไอ้คนที่พูดเนี่ยน่าจะอยุ่ระหว่างระดับ 2 - 3 .. ยิ่งถ้าเวลาโกรธ หรือเอาชนะใครเขาไม่ได้ เข้าขั้นดคม่าเลยล่ะsad smile
#26  by  †:.Sesary.:† At 2008-01-25 17:10, 
ขั้นแรกก็แล้วกันครับ มีหลุดบ้าง (เพื่อความฮา) confused smile
#27  by  พลจัตวา★ภูภู่ฯ At 2008-01-25 17:18, 
ขั้นประสาทกลับมั้งคะ open-mounthed smile แฮ่
#28  by  ire_u At 2008-01-25 17:30, 
55555 ความจริงถ้าใช้ถูกความหมายก็ยังพอทนนะคะ ถ้าพูดออกมาแล้วมีมั่วด้วยนี่ไม่ไหวแน่ ไทยยังไม่รอด กระแดะจะพูดอังกฤษ (ซึ่งก็ไม่รอดอีก) ..ประมาณนั้น

ตัวเราก็คงอยู่ขั้นปกติล่ะมั้ง สำหรับคู่สนทนา ถ้าอยู่ขั้นเกินไปนิด ก็ยังพอรับได้เช่นกันค่ะ แต่ถ้าเกินกว่านี้ก็..ทำใจลำบากหน่อย - -"

อันนี้ไม่ได้มีเจตนาจะลบหลู่ครูบาอาจารย์แต่อย่างใดจริงๆนะ แต่อาจารย์เราท่านหนึ่ง อาจจะอยู่ขั้นโคม่า เนื่องจากแทบจะถึงขั้นบรรลุภาษาญี่ปุ่นแล้ว (หรือบรรลุไปแล้วก็ไม่ทราบ) สำเนียงสุดยอดมากๆ ยังกับเจ้าของภาษาแน่ะ แต่ผลข้างเคียงก็คือ เวลาจะพูดอะไร ท่านนึกคำไทยไม่ค่อยออกค่ะ ขนาดอุทานยังอุทานเป็นภาษาญี่ปุ่นเลย "อาเระ?" sad smile
#29  by  Piggy At 2008-01-25 17:33, 
2 คะsad smile
#30  by  Abi (124.121.23.121) At 2008-01-25 17:38, 
น่าจะกระแดะขั้นหนึ่งค่ะ open-mounthed smile
#31  by  eeddy(อี๊ด) At 2008-01-25 17:48, 
ขั้นหนึ่งค่ะ บางครั้งก็งง เพราะไม่รู้ความหมาย
แต่ถ้าจะใช้ก็อยากให้พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษไปเลย
ไม่รู้จะได้เปิดพจน์ได้
Hot!
สำหรับบทความดีๆค่ะ
#32  by  asirup At 2008-01-25 17:48, 
ของปุผสมหลายขั้น
จนงงกะตัวเอง sad smile
#33  by  poo-picca At 2008-01-25 17:50, 
กระแดะอยู่ในขั้นปกติจ้ะ
#34  by  [EniledA]-’๐ At 2008-01-25 17:56, 
ถ้าจะประมาณก็คิดว่าตัวเองอยู่ขั้นที่1 เกือบๆ 2 อ่ะค่ะ
เพราะบางคำเวลาเรียนอาจารย์เค้าจะชอบพูดเป็นภาษาอังกฤษ เราก็เลยค่อนข้างจะติดมาใช้ ว่าอย่างงั้นน่ะคะsad smile
แต่โดยปกติทั่วไปแล้วจะอยู่ขั้นที่ 1นะคะconfused smile
นอกจากเวลาเจอกลุ่มที่เค้าแรงๆหน่อย ก็จะอัพเลเวลขึ้นที่ที่ขั้น2 อิอิbig smile
#35  by  ~[I] am Hell [Angel]~ At 2008-01-25 18:01, 
โอ้ววว เราขอขั้น 1 แล้วกันนะ
เพราะความง่อยโง่อังกฤษอย่างหาที่สุดมิได้ = =;;;
ไม่สามารถนำคำศัพท์อังกฤษมาใช้ในชีวิตประจำวัน อันเนื่องมาจาก ความรู้ที่มีอยู่น้อยนิดนั้นมันไม่เพียงพอ 55555

แต่เราค่อนข้างรำคาญพวกภาษาแอ๊บแบ๊วน่ะ..
เวลาเจอคนพิมพ์แบบนี้แล้วมันหงุดหงิดพิกล -*-
#36  by  *..「SassyGirl」..* At 2008-01-25 18:10, 
ราวๆ หนึ่งครึ่ง open-mounthed smile
แต่ถ้าคุยงานการมันก็มีแต่ศัพท์เฉพาะเลยมันก็ราวๆ 2-3 แหละนะ
เพราะไม่รู้จะแปลไทยไปให้มึนกว่าเดิมทำไม
#37  by  Day At 2008-01-25 18:10, 
แล้วเค้าจะเม้นยังไงอะตะเองงง

เค้าว่าของอย่างงี้มันเป็น มีม (meme)นะคับ
มีม คืออะไร?
มีม คือ ทำนองเพลง ความคิด คำพูดติดหู เสื้อผ้าแฟชั่น วิธีการทำหม้อ หรือการสร้างส่วนโค้ง

เหมือนกับการที่ยีนแพร่พันธุ์ตัวมันเองโดยก้าวจากร่างกายหนึ่งไปอีกร่างกายหนึ่ง ผ่านสเปิร์มและไข่

มีมก็แพร่พันธุ์ตัวมันเองเหมือนกันโดยก้าวจากสมองหนึ่งไปยังอีกสมองหนึ่งผ่านกระบวนการที่เรียกว่า "การเลียนแบบ"

ในเอนทรี่นี้จะเห็นได้ว่า "มีม" ที่เป็น "คำพูดติดหู"นั่นไปเผยแพร่ผ่านคนได้ง่ายแค่ไหนก็ขึ้นมากจากสิ่งแวดล้อมที่เค้าอยู่บวกคับนิสัยและพฤติกรรมของเค้านั้นเอง

เราคงจะไปกำหนดหรือไปห้ามอะไรเค้าไม่ได้หรอกคับ
เพราะของบางอย่างมันอาจจะซาบซึมมาโดยที่เราไม่รู้สึกตัวก็ได้นะคับ

เอ่อ เม้นอันนี้ สาระมากไปหรือป่าววะตรู
sad smile sad smile sad smile
#38  by  seaugpor At 2008-01-25 18:12, 
ผมขั้นสองมั้ง
ส่วนหนึ่งน่าจะเพราะติดจากคณะด้วย เพราะอาจารย์บางทีก็ใช้คำอธิบายที่เป็นแบบนั้น
เราก็มีติดมาใช้ในชีวิตประจำบ้าง สำหรับคำที่ถ้ามาแปลไทยคงตลก
แต่คิดว่าตัวเองคงไประดับ 3 หรือ 4 ไม่ไหวอะ

ส่วน5นี่เคยเป็นสมัยเด็กครับsad smile
#39  by  โคค่อน At 2008-01-25 18:37, 
ยังนิยมไทยอยู่จ้ะ กระแดะเฉพาะตอนเรียนที่มีศัพท์เฉพาะ

โดนเพื่อนด่าว่าหัวโบราณ เอ๊า !!!
#40  by  Alloy Wheel At 2008-01-25 18:43, 
ทับศัพท์ถูกต้องตามเสียง ยัง "โอเค" นะครับ big smile
แต่บางราย เอามาเขียนเสียจนถอดรากย้อนกลับไปไม่ถูกเลยว่าเป็นภาษาอะไร
#41  by  Chubby Chocobo At 2008-01-25 18:45, 
หุหุ ฟูจังเองกำลังคิดจะอัพเอนทรีนี้เลยละค่ะ พอดีน้องแนนอัพพอดีเลยขอแสดงความคิดเห็นด้วยคน big smile

เรื่องการใช้ภาษาผสมกันแบบนี้มันฟังแล้วบางทีก็รำคาญประสาทหูจริงๆละค่ะ ฟูจังเองก็เรียนเกี่ยวกับภาษาอังกฤษนะ แต่(พูดตรงๆ)คนที่เรียนภาษานี่บางทียังพูดภาษาไทยดีกว่าคนที่ไม่ได้เรียนภาษาอังกฤษเป็นวิชาหลักเลย

เรื่องที่ว่าบางครั้งคิดคำภาษาไทยไม่ออกเลยพูดภาษาอังกฤษนี่เข้าใจค่ะ แต่ก็เหมือนกับที่ฟูจังอัพเอนทรีไปนั่นแหละ ว่าแน่ใจหรือเปล่าว่าตัวเองรู้ว่าคำจริงๆ มันเป็นอย่างไร ถ้ารู้ก็แล้วไปนะ

สำหรับฟูจังนั้น ขอเป็นระดับหนึ่งแล้วกันนะ
จบ "เม้น" เท่านี้ละค่ะ หุหุ
#42  by  ฟูจัง~* At 2008-01-25 18:47, 
บางทีมันอยู่ที่คนรอบข้างด้วยนะ
อย่างตามตัวอย่าง "แกก็โน้ตไว้สิ"
เพื่อนมันพูดกันแต่ โน้ตไว้ๆ เราก็เลยโน้ตไว้ ตามมันไปด้วย
ปล.อยู่ขั้น 5 เหมือนกัน ครึครึ
เซ็งเป็ดเซ็งไก่ ก้าบก้าบ กุ๊กกุ๊ก
#43  by  rasia ปลาทองนอกอ่าง At 2008-01-25 19:12, 
ขั้นที่หนึ่งอ่ะ เพราะพูดอะไรไม่เป็นนอกไทย 555
ภาษาไทยยังไม่ค่อยจะถูกเลย
#44  by  gallantfoal At 2008-01-25 19:34, 
5555ดีใจ ๆ ที่เรายังอยู่ในขั้นที่ ๑
ว่าแต่คิดได้ไงเนี่ย!!!!Hot!
#45  by  รีคอนดำ At 2008-01-25 19:38, 
ขั้น1เกือบๆ2 ฮ่ะๆๆ แต่เจ้าของบอคก็แอบแอ๊บแบ๊วนะ
มันต้อง "ก็" ไม่ใช่ "ก้อ" รึป่าว??
#46  by  『才鬼-サイキ-』 At 2008-01-25 19:38, 
=_=" ขึ้นที่สองแล้วค่ะ บวกกับ ขั้นเดียวกับเจ้าของบล็อกด้วย ...
ชอบคิดภาษาใหม่ขึ้นมาเอง รู้ ๆ กันในกลุ่ม
กร๊ากกกกกกกกกก.

หลายคนอาจจะมองว่า ต่างดาวมาก sad smile Hot!
#47  by  {CODE;4079} At 2008-01-25 19:40, 
เจอแต่รูปแบบกลับกันนะครับ...

sawasdee ja tham arai youu jaaaa...kisss tuengggggjangggggg....

mairoo - ไม่รุว่าพวกนี้คีย์บอร์ดมันไม่มีตัวพิมพ์ไทยฤาไร
#50  by  เหมือนถ่อ_(。◕‿◕。 )/ At 2008-01-25 19:47, 
แฮะ ๆ น่าจะประมาณ 2 ละมั๊ง

เพราะเคยชินกะตำราเรียนด้วยหล่ะ เป็นภาษาอังกฤษซะเยอะ แถม ศัพท์วิทย์บางคำ พูดภาษาอังกฤษเลย รู้เรื่อง แต่พอมาภาษาไทย เฮ้ย นีมันอะไรหว่า
#51  by  Nekoichann ~ Sweet Alice At 2008-01-25 19:49, 
โซ ซิ๊กกะวิ๊ว นี่มันอะไรกันนี่wink
เราก็อยู่ขั้นหนึ่งนะคะ อย่างที่ว่าอ่าค่ะ ถ้าคำไทยมันยาวยืดเยื้อ มันจะใช้อังกฤษเองอัติโนมัติเลย

ใครมันคิดภาษาแอ็บแบ๊วเนี่ย ไอ้งุงิ อุอุ ฯลฯ รำคาญจริงๆ

ปล.เป็นกึ่ง ๆ ประเดียวกับเจ้าของบล็อกด้วยมั้งคะ เพราะชอบคิดคำใหม่แปลก ๆ เถื่อน ๆ ขึ้นมา sad smile
#52  by  =*MoonShiNe Ze*= At 2008-01-25 19:51, 

<< Home