12 ปีที่แล้ว..
"แนนๆ ไปจับหิ่งห้อยกัน" พี่หนึ่งส่งเสียงเรียกมาจากหน้าบ้าน
แนนรีบวิ่งออกไปทันทีทันใด ดีใจเป็นลิงโลด
การจับหิ่งห้อยมาปล่อยในห้องตอนกลางคืน
นั่นแหละคือความสุขที่สุดของเด็กผู้หญิงวัย 8 ขวบอย่างแนน
เลยไม่แปลกอะไรที่แนนจะตาเป็นประกายทุกครั้งที่พี่หนึ่งชวนไปจับหิ่งห้อย
และเพราะแนนยังเป็นเด็ก ตัวเล็กกะติ๊ด
จะจับหิ่งห้อยแต่ละที ก้อต้องขี่คอพี่ชายตัวเองขึ้นไปจับ
แล้วใช้ไม้ที่ผูกถุงพลาสติกไว้ที่ปลาย ค่อยๆ จับมันช้าๆ
"เย้ๆๆ ได้แล้วตัวหนึ่ง เอาไปใส่ขวดไว้นะ"
เสร็จแล้วก้อยื่นปลายไม้ให้พี่หนึ่งจับหิ่งห้อยในถุงใส่ขวดโหล
มีความสุขมากกว่ามาก สุขแบบเด็กๆ
10 ปีที่แล้ว..
แนนนั่งร้องไห้ขี้มูกโป่งอยู่ริมคลอง เสียงร้องไห้ดังไปเจ็ดบ้านแปดบ้าน
หลังจากกลับมาจากโรงเรียนแล้วพบว่า ต้นลำพูหายไป
(นึกภาพถึงคลองอัมพวานะคะ บ้านแนนเป็นบ้านริมคลองแบบนั้นแหละ)
พี่หนึ่งเดินเข้ามาหา แนนรีบฟ้องพี่หนึ่งทั้งน้ำตา
"พี่หนึ่ง ใครตัดต้นลำภูไป หิ่งห้อยน้องหายไปหมดเลย"
พี่หนึ่งโอบกอดแนนไว้ แล้วสัญญากับแนนว่าจะเอาหิ่งห้อยกลับมา
หลังจากวันนั้น.. แนนก้อโวยวายเรื่องหิ่งห้อยของแนนอยู่พักหนึ่ง
จนเวลาผ่านไปหลายปี.. แนนก้อลืมเรื่องหิ่งห้อยไปอย่างไม่รู้ตัว
วันนี้..
แนนกลับมาที่บ้าน อากาศดีมากมาย
รู้สึกอยากจะเดินไปที่สวนมะพร้าวหลังบ้านขึ้นมาเฉยๆ
หลังจากที่ไม่เคยเดินเข้าไปเหยียบมาหลายปี
นับตั้งแต่วันที่ไปเจองูตัวเบ้อเร่อในสวนเมื่อประมาณ 6-7 ปีที่แล้ว
สวนมะพร้าวยังคงดูรกไม่เคยเปลี่ยน
คูเล็กๆ ตื้นกว่าเดิมเยอะ..
แนนเอนตัวลงนอนกับเปลยวนที่ขึงอยู่ระหว่างต้นมะพร้าว
จนฟ้าเริ่มมืด..
แสงระยิบระยับเล็กๆ มากมายกระพริบอยู่บนต้นไม้ต้นหนึ่ง
แนนรีบเดินเข้าไปดู.. แล้วก้อยิ้มออกมาทันที
ใช่แล้ว.. มันคือต้นลำพูที่ประดับด้วยแสงกระพริบของหิ่งห้อย
แล้วแนนก้อตะโกนเข้าไปในบ้านทันที..
"พี่หนึ่งงงงงงงงงงง มานี่หน่อย"
พี่หนึ่งรีบวิ่งมาหน้าตาตื่น คงจะนึกว่าแนนเจองูเหมือนแต่ก่อน
"พี่หนึ่ง คุณตาแอบมาปลูกต้นลำพูไว้ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่"
แนนยิ้มอย่างสุขใจ.. ส่วนพี่หนึ่งก้อหัวเราะใหญ่
"นี่แกเพิ่งมาเห็นเหรอวะ"
"อื้อ ก้อน้องเพิ่งเดินเข้ามานี่แหละ ตั้งแต่วันที่เจองูวันนั้น"
"แล้วใครบอกว่าคุณตาเป็นคนปลูก"
"อ้าว แล้วใครปลูกล่ะ รึจะบอกว่าตัวเองปลูก"
"ไม่รู้ดิ แต่เคยสัญญากับเด็กขี้แยไว้ว่ะ นึกว่ามันจะอาลัยอาวรณ์มากมาย
แต่ที่ไหนได้ หลังจากวันที่ต้นลำพูโดนตัดไป มันก้อลืมเรื่องนี้ไปเลย"
"..."
"ถ้ารู้ว่ามันจะลืมนะเว่ย รู้งี้ไม่ปลูกให้มันหรอก"
"พี่หนึ่งปลูกไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่อะ"
"ก้อหลังจากที่แกร้องไห้ขี้มูกโป่งนั่นแหละ"
ไม่มีบทสนทนาใดๆ ต่อระหว่างแนนกับพี่หนึ่ง
แนนจูงมือพี่หนึ่งไปนั่งที่สะพานไม้เล็กๆ..
หย่อนเท้าลงไปจุ่มน้ำอย่างสบายใจ สายตามองไปที่ต้นลำพูตรงหน้า
มีความสุขมากกว่ามาก..
ต้นลำพูที่ประดับด้วยแสงหิ่งห้อย
ดูแล้วก้อเหมือนต้นคริสตมาสที่ประดับด้วยไฟกระพริบ
ความทรงจำเดิมๆ กลับมา..
ตอนนี้แนนจำได้แล้วว่าพี่หนึ่งเคยสัญญากับแนนไว้จริงๆ
จากวันนั้นถึงวันนี้..
10 ปีที่แนนลืมเรื่องหิ่งห้อยไปอย่างไม่รู้ตัว
10 ปีที่พี่หนึ่งคอยดูแลต้นลำพูที่ตัวเองปลูกไว้มาตลอด
10 ปีที่ต้นลำพูใช้เวลาเติบโต กว่าจะมีหิ่งห้อยมาอยู่เหมือนทุกวันนี้
10 ปีที่แนนเคยไม่รู้เลยว่า..
คำสัญญาที่แนนลืมไปแล้ว มันจะมีความหมาย.. สำหรับพี่หนึ่ง
พี่ชายที่ดูไม่เอาไหน.. แต่ก้อรักแนนมากกว่าใครๆ
พี่ชายคนนี้.. คนดีที่สุดในโลก
ซึ้งมากเลยค่ะ เฮ้อ!พี่ชายเสียไปนาน 10 กว่าปีแล้วค่ะ แต่ก็ไม่เคยลืมเลยค่ะว่ายังมีพี่ชายที่รักอยู่ข้างๆตลอด
อ่านแล้วรู้สึกดีมากๆ จริงๆค่ะ มีพี่น้องก็ดีเหมือนกันนะ ^^
