แร้งวัดสระเกศ

posted on 19 Nov 2007 15:13 by nongza

หลายๆคนคงเคยได้ยินคำว่า "แร้งวัดสระเกศ เปรตวัดสุทัศน์" กันมาจนชินหู
ทั้งสองวัดนี้.. มักจะได้ยินพร้อมๆกันเสมอ..
เพราะครั้งหนึ่งมันเคยเป็นอย่างนั้น
และมัน
ก็คือ นรกจำลองดีๆ นี่เองค่ะ

โดยเฉพาะเรื่องของวัดสระเกศ ที่แต่ก่อนเป็นศูนย์รวมของแร้งนับพัน
อันเนื่องมาจากโรคห่าระบาดเมืองในช่วงรัชกาลที่ 2 นั่นเอง
สถิติคนตายตอนนั้นก้อไม่มากไม่มายเท่าไหร่หรอกค่ะ..
ตายไปสามหมื่นคนภายใน 15 วันเท่านั้น เท่านั้นจริงๆ

กรุงเทพตอนนั้น.. กลายเป็นเมืองแห่งคนตายเลยล่ะค่ะ
เพราะคนที่มีชีวิตอยู่ เห็นจะน้อยกว่าศพที่กองระเนระนาดไปทุกตารางนิ้ว
แม้แต่แม่น้ำลำคลอง
ก็ยังเต็มไปด้วยซากศพ จนใช้อาบใช้กินไม่ได้เลยทีเดียว

คนตายกันไม่รู้วันละกี่พัน จะจัดพิธีทำศพก็ไม่ทัน
จะเผา
ก็ไม่ทัน จะฝังก็ไม่ทันอีก..

ไม่มีวิธีการไหนจะจัดการกับศพเหล่านั้นได้

สุดท้าย.. ต้องขุดหลุมแล้วเอาศพมากองรวมกันไว้ที่นี่..วัดสระเกศ

 

นอกจากสมัยรัชกาลที่ 2 แล้วโรคห่าก็ระบาดกันทุกรัชกาลเลยนะคะ
เค้า
ก็จะเอามากองรวมกันที่วัดสระเกศ..
ฝูงแร้ง
ก็จะมารวมกันอยู่ที่นี่ เยอะขึ้น เยอะขึ้น อิ่มหนำสำราญมากมาย
จำนวนคนตายมันมากจนฝูงแร้งมีกินกันได้ทั้งชีวิตเลยทีเดียว

นอกจากศพคนตายด้วยโรคห่าแล้ว
ก็ยังมีศพที่ไม่ได้มาจากโรคห่าด้วยนะคะ
อย่างสมัยรัชกาลที่ 5 เนี่ย ทางคุกจะเอาศพนักโทษที่แก่ตายมาทิ้งไว้ที่นี่
ศพนักโทษประหาร
ก็ด้วย..
ถ้าไม่ขุดหลุมกลบ เค้า
ก็จะแบกศพมาทั้งๆที่ไม่มีหัวน่ะแหละ
และยังมีศพไร้ญาติอีก เอามาทิ้งไว้ที่นี่เหมือนกันค่ะ

ส่วนสภาพศพที่โดนแร้งจิกก็จักเป็นเยี่ยงนี้

 

แล้วทำไมต้องเป็นวัดสระเกศ?

ต้องบอกก่อนว่าสมัยก่อนเค้าห้ามเผาศพกันในเมืองค่ะ
ใครตายก้อต้องนู่นเลย.. นอกกำแพงเมืองนู่น
แล้วประตูเมืองที่เค้าอนุญาตให้เอาศพผ่านก้อมีประตูเดียว
ที่เรียกว่า ประตูผีนั่นแหละค่ะ
ทีนี้วัดสระเกศ
ก็อยู่ใกล้กับประตูผีนั่นพอดี
ผ่านประตูเมืองมา
ก็เจอกับวัดสระเกศเป็นวัดแรก..
ก็เลยต้องเอาศพมาทิ้งที่นี่.. เพราะสะดวกดี

ก็เพราะมันเป็นอย่างนี้..
เวลาพูดถึงแร้ง เลยทำให้นึกไปถึงวัดอื่นไม่ได้
นอกจาก.. วัดสระเกศ

(ปัจจุบันแร้งย้ายถิ่นไปกระจายกันอยู่ชนบทแล้ว เพราะความเจริญของกรุงเทพนั่นเอง)

สวัสดีค่ะ..

 

 

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณมากๆๆๆ ค่ะ
ได้ความรู้มากๆเลยbig smile

#57 By แพรวา (124.121.196.209) on 2011-03-14 10:50

น่ากัวจัง

#56 By FDG (58.9.48.141) on 2011-03-14 01:09

แต่หานกแร้งดูยากมากเลยนะฮะตอนนี้ =w=

แต่ได้เห็นภาพกับอ่านคำบรรยายนิดหน่อยเห็นภาเลยฮะ =w=

#55 By 暁或無_-_Akatsuki Arumu on 2010-10-29 23:02

รูปศพโดนแร้งกินน่ากัวจัง แต่อยากให้มีรูปแบบนิเยอะๆอ่ะหุหุ sad smile

#54 By love michael jackson (64.255.180.178) on 2010-10-15 19:30

เมื่อก่อนโรคอหิวานี่มันน่ากลัวจริงๆ
สยองอ่ะ

#53 By (118.173.48.149) on 2010-10-03 11:55

อ๋อ... อย่างนี้นี่เอง..

รอเรื่องเปรตวัดสุทัศน์อยู่นะครับ

#52 By Biggy (58.8.57.129) on 2009-11-27 03:12

อ้อมีที่มาอย่างนี้นี่เองได้ความรู้อีกมากเลยค่า surprised smile

#51 By Aerispe on 2009-08-15 15:27

ใกล้บ้านเพื่อนเลย 55+


มันเป็นอย่างนี้นี่เอง big smile

#50 By Only one person on 2009-08-15 15:19

double wink เป็นอะไรที่เจ๋งมากค่ะ
ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆน่ะค่ะ
confused smile

#49 By mayday (203.146.92.254) on 2009-07-25 15:59

ทำข้อมูลแบบนี้ให้คนอ่านเพื่อให้เตือนสติคนได้ เพื่อจะได้ทำดีไม่ชั่ว หมั่นสวดมนต์ทุกวันเพื่ออุทิศให้แก่เจ้ากรรมนายเวร

#48 By ดี (118.174.118.54) on 2009-06-08 21:09

ขอบคุณสำหรับความรู้ค่ะ

#47 By จิ๊ฟฟรี่ (58.8.233.120) on 2009-05-21 21:27

ตอนเด็กๆเคยดูหนัง

เปรตวัดสุทัศน์

ปากจู๋เท่ารูเข้มมมม
มือโตเต็มเท่าใบตาลลลลลลล
(เพลง)

#46 By J.M.P---Moo-Moo on 2009-05-14 15:06

มันเป็นเช่นนี้เอง ขอบคุณครับcry

#45 By XEGXEF on 2009-03-16 13:24

ได้ความรู้ดีครับ

#44 By ชม (124.120.3.7) on 2008-11-15 20:24

ขอบคุญสำหรับความรู้นะแล้วจะรออ่ายเปรตวัดสุทัศน์นะ double wink open-mounthed smile

#43 By แม็ค (203.130.159.4) on 2008-06-21 19:27

สมัยก่อนนี่น่ากลัวดีนะครับ
ตายหมื่นกว่า ดูไม่จืดแน่ๆ

#42 By โก๋สิจ๊ะ on 2007-11-22 22:26

นี่ละที่เค้า เรียกว่า
สยองขวัญของจริง
รูปที่เสียบหัวปรจาน
โหด เป็นบ้าเลย

#41 By freedom_line on 2007-11-22 09:49

sad smile

#40 By อุดมเสี่ยว on 2007-11-22 00:01

เป็นเรื่องที่เคยได้ยินมานานแล้ว แล้วก็คืนให้่กับคนเล่าไปนานแล้วเหมือนกันquestion
รอติดตามภาค2confused smile

#39 By worapoj@~@ on 2007-11-21 22:58

ขอบคุณสำหรับความรู้นะคะ Hot! big smile

รออ่านเรื่องต่อไปค่ะ

#38 By ~ N ~ on 2007-11-21 18:02

เคยได้ยินประวัติวัดนี้มาเหมือนกันค่ะ

แต่ว่าสมัยนี้อย่าว่าแต่แร้งเลยค่ะ

นกกา นกกระจอก นกกระจิบ

พิมพ์ค่อยได้เห็นเลยนะค่ะbig smile

#37 By ~pimmas~ on 2007-11-21 12:14

ขยันดีนะครับ
มีภาพประกอบมาให้ดูด้วย ดีจริงๆbig smile

#36 By Life Goes On on 2007-11-20 22:34

ขอบคุณสำหรับความรู้ดี ๆ ครับ
เปลี่ยนจาก "แนนซี่อดีตแห่งสยาม" เป็น "แนนซี่สัญญาลักษณ์แห่งความซาดิส" ไปแล้ววว question

#34 By on 2007-11-20 12:19

มารออ่านเรื่องเปรตวัดสุทัศน์ คะbig smile
Blog น่ารักน่ากินมากเลยค่ะ
คนชอบกินขนมน้ำลายหา เหอะๆ
ขนาดเป็นรูปขาวดำยังดูสยองขนาดนี้เลยsad smile
อืมม เข้าท่าๆ big smile

#31 By Beluga on 2007-11-19 23:53

สุดยอดค่ะ ขออนุญาตแอดไว้นะคะ..ชอบมากๆ..กับเรื่องราวแปลกๆ แบบนี้

#30 By t.tong (125.25.71.227) on 2007-11-19 23:34

สุดยอด..ต้องขอปรบมือให้น้องแนนเลยนะเนี่ย...
ขนาดผมเคยบวชเณรที่วัดสระเกศยังไม่รู้ลึกขนาดนี้เลย...

ปัจจุบันก็ยังเป็นศิษย์วัดสระเกศอยู่ เดินเข้าเดินออกประจำ บางทีค่ำๆมืดๆ... ไม่น่ากลัวหรอกครับ สำหรับใครที่อ่านเรื่องนี้แล้วอาจนึกไปไกล...

..รออ่านเรื่องเปรตวัดสุทัศน์อยู่น้า.. big smile
อ่ะ เอาดาวไปหนึ่งดวง -> Hot!

#29 By incomplete-life on 2007-11-19 22:43

น่ากลัวจัง บางทีอดีตก็ไม่สวยงามไปกว่าปัจจุบันเลยเนอะ เป็นอย่างทุกวันนี้ดีกว่าอีกsad smile
อ่อ เป็นอย่างนี้นี่เอง

น่ากลัวจังเลย..

#27 By E t e r n a L ★ souleunchovy on 2007-11-19 22:20

งี้นี่เอง..
น้องแนนเอาภาพมาจากไหนเหรอคะ
ใครน้า ช่างถ่ายภาพไว้ได้
สมัยนั้น กล้องน่าจะตัวเบ้อเริ้ม
กดชัตเตอร์ก็ต้องรอนานมาก ยังอุตส่าห์ถ่ายรูปไว้ให้พวกเราได้ดูกัน

#26 By p-i-e on 2007-11-19 22:18

ผมว่าวัดสระเกศช่วงนั้นไม่น่าจะมีพระจำวัดนะครับ ไม่งั้นคงตาย(ด้วย)ห่ากันหมด เพราะขนและมูลแร้งน่าจะนำเชื้อได้ดีทีเดียว

ว่าแต่ว่า ทำไมคุณแนนนำเสนอเรื่องไทยเดิมๆ ล่ะครับเนี่ย หรือว่าเป็นสาววัง?

วันนี้เอนทรี่แร้งๆ วันหน้าจะเป็นเอนทรี่...ๆ ฮ๋าๆ

#25 By PastelSalad on 2007-11-19 21:45

แร้งคงอิ่มมากมายยย~
จะว่าไปแล้ว เรื่องแร้งเนี่ย ก็เคยได้ยินมานะ..
แบบว่า แม่เล่าให้ฟัง ก็ทำนองนี้ล่ะค่ะ
แต่แม่เล่าไม่ค่อยละเอียด
แม่บอกว่าไม่อาบน้ำพาไปทิ้งวัดสุทัศน์ ฮา~
เลยต้องอาบน้ำค่ะ กลัวแร้งง Hot!
น่ากลัวนะ แล้วพระเณรในวัดจะไ่ม่กลัวเหรอ มีศพคนมาทิ้งบ่อย เยอะด้วย

ถ้าสมัยนี้มีคงไม่ไหว sad smile Hot!

#23 By pinpin on 2007-11-19 19:30

อันที่จริง มันต้องมี ยักษ์วัดแจ้ง นำมาก่อนด้วยมิใช่เหรอครับ big smile


กลายเป็น "ยักษ์วัดแจ้ง แร้งวัดสระเกศ เปรตวัดสุทัศน์" surprised smile

#22 By Zairen_Parodyme. on 2007-11-19 19:25

โรคห่า เกิดจากจุลินทรีย์ที่ชื่อ Vibrio cholerae สมัยก่อนการสาธารณสุขยังไม่เจริญ เลยติดเชื้อได้ง่าย เพราะไปกับสัตว์นำโรคเช่น แมลงวัน ซึ่งมันก็แพร่เชื้อจากซากศพ ซากปฏิกูลนั่นแหละ
ต่อมามนุษย์รู้จักกับยาปฏิชีวนะ เจ้าเชื้อตัวนี้เลยเดี้ยงยาว ส่วนการรักษาจะใช้ยาปฏิชีวนะกลุ่ม tetracyclin จ๊ะ

#21 By palermos on 2007-11-19 18:21

เดี๋ยวนี้แร้งไม่มีให้เห็นแล้ว คงไม่มีซากให้จิกแทะ
ที่ทิเบต เค้ามีพิธีฝังฟ้า แล่เนื้อศพออกเป็นชิ้นๆ โยนให้แร้งกินล่ะ นับว่าตายแล้วยังมีประโยชน์ต่อสัตว์อื่น

รออ่านเรื่องเปรตจ้ะ
บอกด้วยนะทำไมคนด่ากันชอบเรียก ไอ้เปรต

#20 By จั่นเจา on 2007-11-19 17:30

เราก็ได้ยินนะคะ แต่ไม่เคยได้สนใจไปศึกษาประวัติศาสตร์เรื่องนี้มาก่อน
ขอบคุณค่ะที่หามาเล่าสู่กันฟัง ดีมากๆเลย เดี๋ยวมาตามอ่านต่อไปเรื่อยๆค่ะ

#19 By MamiLuv on 2007-11-19 16:56

อ่า . . . ตายไปแล้วร่างกายยังให้ทานแก่สัตว์
ช่างดีเสียนี่กระไร . .
แต่ออกแนวสยอง ๆ นิดนึงนะคะ
sad smile

#18 By Fein on 2007-11-19 16:53

ชอบอ่านบล็อคนี้มากๆเลยค่ะ
อ่านแล้วได้ความรู้ดี
ได้รู้เรื่องของเมืองไทยสมัยก่อนเยอะเลย

Hot!

#17 By IllusionCheshire on 2007-11-19 16:39

sad smile น่ากลัว กำลังเคี้ยวเวเฟอร์อยู่พอดี ... แร้งวัดสระเกศ ก๊าบ ก๊าบ sad smile

#16 By ire_u on 2007-11-19 16:17

ง่ะ เห็นรูปกินหนมไม่ลงเยยยยย
ว่าแต่ ช็อกโกแลตน่ากินดีนะ

#15 By :: ipup :: on 2007-11-19 16:12

good idea อิอิ

#14 By รีคอนดำ on 2007-11-19 16:09

เคยอ่านมาแล้วก็ลืม มาอ่านวันนี้เหมือนได้ทบทวนความทรงจำครับ รออ่านเรื่องหน้านะครับ

#13 By เจ้าชายน้อย on 2007-11-19 15:59

ความรู้ใหม่ปนความสยองเล็กน้อย big smile

ความรู้ปนความสยองมาอีกแล้ว คึคึ
ยังรออ่านตอนหน้าด้วยใจจดจ่อฮับ
เพิ่งจารู้นะนี่big smile

แล้วตอนนั้นคนเค้าอยู่กันไงเนี่ย ตายกันเยอะขนาดนั้น จะอยู่ในเมืองกันได้อีกหรอsad smile

#10 By หมูทอดซามะ on 2007-11-19 15:40

เกิดมายังไม่เคยเห็น แร้ง เลยแฮะ

แต่อาจจะดีแล้วก็ได้ 555

#9 By GroovyBee on 2007-11-19 15:38

ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยค่ะ แร้งวัดสระเกศ แต่เป็นความรู้ดีจัง big smile

#8 By Orm & Hai on 2007-11-19 15:38