Blacktooth แฟชั่นฟันดำ

posted on 09 Nov 2007 19:50 by nongza

วันนี้จะว่าด้วยเรื่องของ แฟชั่นฟันดำ หรือ Blacktooth
ที่พัฒนามาเป็น Bluetooth ในปัจจุบัน    เอ๋?

รสนิยมฟันดำนี่บูมมากในสมัยโบราณ
ซึ่ง
ก็ไม่โบราณเท่าไหร่หรอกค่ะ
เพราะเราเริ่มหันมานิยมฟันขาวกันได้เมื่อไม่กี่สิบปีมานี่เอง
สาเหตุที่ชาวสยามจะย้อมฟันให้ดำนั่น
ก็เพราะความเชื่อที่ว่า ภูตผีปีศาจและสัตว์เดียรัจฉานเท่านั้นถึงจะมีฟันขาว
การมีฟันขาว
ก็เลยเป็นเรื่องที่น่าอับอายมากมายในสมัยนั้น

การขัดฟันให้ดำ ถือว่าเป็นจารีตของคนไทยสมัยก่อนเลยนะคะ
โดยเฉพาะผู้หญิงนี่  งามไม่งามดูที่ฟันก่อนเลยแหละ
แต่ไม่ใช่แค่จะเคี้ยวๆๆๆๆๆ หมากให้ฟันดำอย่างเดียวนะคะ
การทำฟันให้ดำ จริงๆ เค้าจะมีพิธีกรรมย้อมฟันด้วย

พิธีกรรมเค้าก็จะเริ่มทำตอนที่อายุได้ซัก 14-15
โดยจะให้คนที่จะย้อมฟันนั่นนอนหงายอยู่ 3 วัน
ตอนแรก
ก็จะล้างฟันด้วยน้ำมะนาว แล้วก็ใช้น้ำยาอะไรไม่รู้ถูจนมีสีแดง
เสร็จแล้วตามด้วยผงกะลามะพร้าวเผาขัด ขัดๆๆๆๆๆๆ อยู่อย่างนั้น
ให้รู้สึกว่าชาไปเลย  บางคนถึงกับฟันร่วง อันนี้เรื่องจริง
แล้วตลอด 3 วันนี่
ก็จะต้องกินแต่ข้าวต้มหยอดลงคอ.. ห้ามโดนฟัน
และยิ่งไปกว่านั้น  ต้องห้ามไม่ให้ฟันโดนลม!!!
เพราะเดี๋ยวพิธีจะเสีย แนน
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเค้าทำกันอีท่าไหน
ไอ้เรื่องไม่ให้ฟันโดนลมเนี่ย

หลังจากทำพิธีเสร็จ.. ก็จะป่วย เพราะมันเพลียมากไงคะ
ทรมานนะนั่น
ก็ต้องนอนห่มผ้าไปจนกว่าปากจะหายบวม
แล้ว
ก็จะได้ฟันดำเงางาม..ตามต้องการ

แฟชั่นฟันดำระบาดกันมาหลายร้อยปีเลยทีเดียว
จนสมัย ร.5 เสด็จไปประพาสยุโรป (พระองค์เอง
ก็ทรงเคี้ยวพระศรีอยู่เหมือนกันนะ)
ทรงเห็นว่าชาติตะวันตกนั้นฟันขาวกันหมด
พอเสด็จกลับมา
ก็ทรงขัดพระทนต์ให้เป็นสีขาวและเริ่มจะให้ชาวสยามฟันขาวมากขึ้น

พอสมัย ร.6 ชาวสยามโดนกดดันเลยค่ะ
เพราะ ร.6 ทรงประกาศเลยว่า นิยมฟันขาวและชังคนฟันดำ
ชาวสยามเลยหันมาขัดฟันขาวกันมากขึ้น โดยใช้ถ่าน และมีดขูด

พอมาถึงสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม เท่านั้นแหละ
ชาวสยามโดนสั่งโค่นต้นหมากกันให้หมด
ก็เลยนิยมฟันขาวกันมากขึ้น  และมากขึ้นอีก (แบบจำใจ)
แต่
ก็ยังมีคนนิยมฟันดำแบบเดิมๆอยู่นะคะ
สมัยนี้มีรึเปล่าไม่แน่ใจ แต่ตอนแนนเด็กๆ เคยเห็นอยู่นะ

เป็นอันสิ้นสุดเรื่องแฟชั่นฟันดำ

 

 

สุดท้ายมาคิดกันขำๆดีกว่าว่า..
ถ้าตอนนั้น ร.5 พระองค์เสด็จไปประพาสยุโรปแล้วไม่ทรงโปรดฟันขาวกลับมาล่ะ?
จะเป็นยังไง?

นั่นสินะ.. ปัจจุบันเราอาจจะมียาสีฟันสูตรฟันดำใช้กันก็ได้
เช่น..

"คอลเกต สูตรดำเงางามผสมฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุและสารสกัดจากกะลามะพร้าว"

"ใกล้ชิด สูตรแบล๊คแคลเซียม เพื่อสุขภาพฟันที่แข็งแรงและดำเงางาม"

และอื่นๆ อีกมากมาย
เอ้า.. น่าคิดเหมือนกันนะ

 

Comment

Comment:

Tweet

เราก็กินหมากนะ อยากให้ฟันดำสวยแปลกดีด้วย พวกเราน่าจะทำเหมือนคนสมัยก่อน แต่หาวิธีแบบปัจจุบันนะครับพี่แนนbig smile

#36 By bigbuc... (118.172.37.61) on 2011-04-09 23:30

"ใกล้ชิด สูตรแบล๊คแคลเซียม เพื่อสุขภาพฟันที่แข็งแรงและดำเงางาม"
เหมือนบำรุงเส้นผมเลย - -"

#35 By i'm ❤ on 2010-07-19 15:39

ผมเคยได้ยินพ่อบอกนะครับ ว่าคนแก่เค้าจะบอกฟันขาว มันเหมือนฟันหมา 555+ ตลกดี

#34 By โกรฟ บี้ (222.123.19.73) on 2010-06-29 22:02

ไม่น่ากับจะต้องถึงขั้นริดรอนสิทธิ์โดยการโค่นต้นหมากเลยนะเนี่ย

#33 By Biggy (61.90.24.196) on 2009-12-02 22:49

แฟชั่นคนเคี้ยวหมากนี่เอง big smile

#32 By เสื้อผ้าแฟชั่น (124.121.1.100) on 2009-10-01 07:34

sad smile sad smile sad smile

#31 By Shuu Exteen on 2009-07-11 03:15

เพิ่งรู้ว่ามีแฟชั่นแบบฟันดำด้วย สาธุ

#30 By บ่าแฟชั่น (125.25.244.228) on 2009-01-15 16:37

ในความเป็นจริงมีครับ เป๊บโซเด้นท์เคยเข้ามาขาย ยาสีฟัน "ฟันขาว" ในสมัยที่คน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังนิยม "ทนต์แดงดั่งทับทิมกันอยู่" ผลก็คือ เป๊ปโซเด้นท์เจ๊งไม่เป็นท่า http://www.talk-corporate.com/programs/cross_cultBlunders.htm

#29 By (58.137.173.163) on 2009-01-05 10:45

เคยรู้แต่ว่ายิ่งฟันดำ
มากเท่าไหร่ หมายความว่า
ที่บ้านคนนั้นมีฐานะดี
((ยิ่งดำมาก ยิ่งรวยมาก ว่างั้นเหอะ))
เหอๆ ถ้าร.5ไม่ชอบฟันขาวกลับมา บางทีจนป่านนี้พวกเราคงต้องชอบฟันดำกันต่อไป (แต่วิธีการทำนี่ทรมานน่าดูเลย คงยิ่งกว่าดัดฟันอีกมั้ง(?)

#27 By [AdeLiNe] on 2008-01-21 20:41

อืม น่าคิด embarrassed

#26 By on 2007-11-14 15:24

-=- น่าลองในสมัยนี่นะ sad smile

#25 By Strawberry Plasticz on 2007-11-11 11:52

cry สนุกดีมีประโยชน์
การวิวัฒนาการของแฟชั่นนี่มีมาตั้งนานแล้วจริงๆนะเนี่ย big smile

#24 By ongki on 2007-11-10 21:27

บล็อกสวยงามมาก เนื้อหาสาระ ครบเลย จะติดตามผลงานนะครับ

#23 By Future Energy on 2007-11-10 17:20

โอ้... สนุกมากค่ะ
ถ้าร.5ท่านไม่ทรงโปรดฟันขาว ชาวสยามก็คงจะฟันดำมาอีกสักหลายสิบปีล่ะค่ะ sad smile
หลังจากนั้นก็คงนิยมตะวันตกกันเหมือนปัจจุบัน ฮ่า..

แต่ว่า คนรู้จักเสียไปด้วยโรคหัวใจนี่ มันตกใจจริงๆเลยนะคะ
เพราะว่ามันกะทันหันมาก....

#22 By hikaru on 2007-11-10 16:09

สมัยนี้ต้องแฟชันฟันหลอ หลานผมอยู่ป.1 ใครไม่หลอ คนนั้นไม่อินเทรนด์

#21 By palermos on 2007-11-10 13:33

อิงโบราณ ๆ ไว้บ้างก็ไม่เสียหายหร๊อก...
พระคุ้มครองครับ

#20 By รีคอนดำ on 2007-11-10 11:07

โอ้วว ออกแนวแฟชั่นนะครับ

ถ้ามันฮิตมาถึงปัจจุบันจริง ตูว่าเมืองไทยนี่แนวที่สุดในโลกแล้วหล่ะ

#19 By ปิงกรู on 2007-11-10 09:53

หุหุ เป็นขั้นตอนที่ทรมานไม่ใช่น้อย
แค่คิดก็เสียวฟันแล้ว กึ๋ย นี่เล่นกันถึงฟันหักเลย
sad smile

#18 By riddler on 2007-11-10 06:56

โห จะทำให้ฟันดำนี่ก็ทรมานเหมือนกันนะคะ โฮ ต่อไปจะมีแฟชั่นเหลืองมั้ยคะ อ๊าก ออกแนวซกมก 55+

#17 By Revamp on 2007-11-10 02:27

น้องแนนนี่ก็มีอารมณ์ขันดีเนอะ..confused smile
ขอบคุณที่เอาความรู้มาแบ่งปันพร้อมความสดใสเน้อ..

#16 By incomplete-life on 2007-11-10 01:53

อันที่จริง
หมาก ปูนแดง พลู เกลือ ข่อย เหล่านี้
ทางการแพทย์ว่ากันว่า มีส่วนช่วยในการรักษาเหงือก ฟันและรากฟัน
คิดถึงสมัยที่ย่ายังมีชีวิตอยู่
ต้องตำหมากให้ย่าเคี้ยวเป็นประจำ
เคยลองเคี้ยวเล่น โดนหมากยัน จนปากบวม หน้าเห่อ
ถ้าให้ดี น้องลองหา รูป ตะบันหมาก มาลงก็ดีนะ
เคยอ่านเจอในนวนิยายอิงประวัติศาสตร์เหมือนกันว่าคนไทยสมัยก่อนนิยมฟันดำ นึกไม่ออกเลยค่ะว่ามันจะสวยยังไงหนอ

ขอบคุณที่เอาความรู้มาฝากค่ะ น่าสนใจมากๆbig smile

#14 By blind bookworm on 2007-11-10 00:26

นิยมแฟชั่นฟันเหลืองครับ sad smile

#13 By วัชระ on 2007-11-09 23:16

cry เกร็ดนี้น่าสนใจนะคะ คุณแนน

เราอยากเหนคุณแนนฟันดำมั้งคะ confused smile

555

แนน เรายังอัพบล็อกไม่เสร็จเลย

เด่วจะพยายามเต็มที่

ป.ล. ชอบเรื่องที่แนนเขียนเกี่ยวกับประวัติชาวสยามมากมาย วันหลังขอเปนเวอร์ชั่นระลึกชาตินะ surprised smile

#12 By RareBird on 2007-11-09 22:40

เลิกก็ดีแล้วล่ะค่ะไอ้ค่านิยมแบบนั้น มันทำให้คนเป็นมะเร็งน่ะ

#11 By Jasmine✿Lala~ on 2007-11-09 22:29

แย่จัง อะไรก็ตามอย่างคนอื่นไปหมด
แต่ถ้ายังรักษาไว้ พวกฝรั่งคงจับพวกเราไปทำสารคดี อิอิ
confused smile

#10 By Fein on 2007-11-09 22:11

^
^
ให้ตายเถอะโรบิ้น wink

#9 By Nancy อารมณ์ดี on 2007-11-09 22:01

จริง จริง พวกเราใน exteen ลองมาเป็น
ผู้นำแฟชั่น ฟันดำ ด้วยกันเลยดีไหมครับ
เราจะยกให้ คุณ nancy เป็นผู้เริ่มนะ
คุณ nancy ครับ
3 2 1 ... อย่าลืมถ่ายรูปฟันดำมาให้ดูด้วย
พวกเราจะได้ทำตามกันquestion

#8 By freedom_line on 2007-11-09 21:33

จะมีใครลองแฟชั่นยอนยุมั่งมะเดี๋ยวนี้sad smile

#7 By ungtaman on 2007-11-09 21:24

ถ้ายุคนั้นมียาสีฟันขาย คงเจ๊งล่ะเนอะ
สมัยนี้ที่ไต้หวัน ผู้ชายยังนิยมกินหมากอยู่นะ
ร้านขายหมากที่นั่นก็แข่งกันมันส์หยด
ใส่หมากในแพ็คเก็จสวยหรู
สาวขายหมากก็แต่งตัวโป๊ ไม่ซีทรูก็ชุดบิกินี
เป็นการส่งเสริมการขายน่ะ

#6 By จั่นเจา on 2007-11-09 20:34

ฮ่าๆๆ ขอใกล้ชิด สูตรแบล็คแคลเซียมหลอดนึงค่า~~
จะว่าไปน่าสงสารคนที่ติดหมากสมัยนั้นนะน้องแนน
หักดิบน่าดูเลยอะ..

ที่ต้องนอนหงาย 3 วันไม่ให้ฟันโดนลม โอววว!! เกินบรรยาย

นอกจากเรื่องเลิกทาส รถไฟ ประปา ไฟฟ้า และอีกมากมายแล้ว เรื่องฟันขาวก็เป็นอีกพระมหากรุณาธิคุณของ ร.5 นะนี่big smile

#5 By p-i-e on 2007-11-09 20:08

โอ๊วว น่าทรมานจังเลยค่ะ - -"

มีฟันร่วงด้วยนิ
กินโอรีโอสิคับ ดำขำเลย

#3 By PORACLE (203.113.35.10) on 2007-11-09 20:04

sad smile คนสมัยก่อน เค้าเป็นพวกเด็กอีโมล่ะมั้ง
ปากแดงฟันดำ หึหึ วัยรุ่นสมัยนี้อายเลย confused smile

#2 By ire_u on 2007-11-09 20:02

คำว่าดำเงางามนี่ดูเหมือนครีมบำรุงผมเลยนะคะ
555+
เรื่องแปลกๆแบบนี้คนไทยก็มีเหมือนกันเนอะ
ขอบคุณที่เอามาให้อ่านค่ะ

#1 By The JEncyclopedia on 2007-11-09 19:57