2007/Nov/09

วันนี้จะว่าด้วยเรื่องของ แฟชั่นฟันดำ หรือ Blacktooth
ที่พัฒนามาเป็น Bluetooth ในปัจจุบัน    เอ๋?

รสนิยมฟันดำนี่บูมมากในสมัยโบราณ
ซึ่ง
ก็ไม่โบราณเท่าไหร่หรอกค่ะ
เพราะเราเริ่มหันมานิยมฟันขาวกันได้เมื่อไม่กี่สิบปีมานี่เอง
สาเหตุที่ชาวสยามจะย้อมฟันให้ดำนั่น
ก็เพราะความเชื่อที่ว่า ภูตผีปีศาจและสัตว์เดียรัจฉานเท่านั้นถึงจะมีฟันขาว
การมีฟันขาว
ก็เลยเป็นเรื่องที่น่าอับอายมากมายในสมัยนั้น

การขัดฟันให้ดำ ถือว่าเป็นจารีตของคนไทยสมัยก่อนเลยนะคะ
โดยเฉพาะผู้หญิงนี่  งามไม่งามดูที่ฟันก่อนเลยแหละ
แต่ไม่ใช่แค่จะเคี้ยวๆๆๆๆๆ หมากให้ฟันดำอย่างเดียวนะคะ
การทำฟันให้ดำ จริงๆ เค้าจะมีพิธีกรรมย้อมฟันด้วย

พิธีกรรมเค้าก็จะเริ่มทำตอนที่อายุได้ซัก 14-15
โดยจะให้คนที่จะย้อมฟันนั่นนอนหงายอยู่ 3 วัน
ตอนแรก
ก็จะล้างฟันด้วยน้ำมะนาว แล้วก็ใช้น้ำยาอะไรไม่รู้ถูจนมีสีแดง
เสร็จแล้วตามด้วยผงกะลามะพร้าวเผาขัด ขัดๆๆๆๆๆๆ อยู่อย่างนั้น
ให้รู้สึกว่าชาไปเลย  บางคนถึงกับฟันร่วง อันนี้เรื่องจริง
แล้วตลอด 3 วันนี่
ก็จะต้องกินแต่ข้าวต้มหยอดลงคอ.. ห้ามโดนฟัน
และยิ่งไปกว่านั้น  ต้องห้ามไม่ให้ฟันโดนลม!!!
เพราะเดี๋ยวพิธีจะเสีย แนน
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเค้าทำกันอีท่าไหน
ไอ้เรื่องไม่ให้ฟันโดนลมเนี่ย

หลังจากทำพิธีเสร็จ.. ก็จะป่วย เพราะมันเพลียมากไงคะ
ทรมานนะนั่น
ก็ต้องนอนห่มผ้าไปจนกว่าปากจะหายบวม
แล้ว
ก็จะได้ฟันดำเงางาม..ตามต้องการ

แฟชั่นฟันดำระบาดกันมาหลายร้อยปีเลยทีเดียว
จนสมัย ร.5 เสด็จไปประพาสยุโรป (พระองค์เอง
ก็ทรงเคี้ยวพระศรีอยู่เหมือนกันนะ)
ทรงเห็นว่าชาติตะวันตกนั้นฟันขาวกันหมด
พอเสด็จกลับมา
ก็ทรงขัดพระทนต์ให้เป็นสีขาวและเริ่มจะให้ชาวสยามฟันขาวมากขึ้น

พอสมัย ร.6 ชาวสยามโดนกดดันเลยค่ะ
เพราะ ร.6 ทรงประกาศเลยว่า นิยมฟันขาวและชังคนฟันดำ
ชาวสยามเลยหันมาขัดฟันขาวกันมากขึ้น โดยใช้ถ่าน และมีดขูด

พอมาถึงสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม เท่านั้นแหละ
ชาวสยามโดนสั่งโค่นต้นหมากกันให้หมด
ก็เลยนิยมฟันขาวกันมากขึ้น  และมากขึ้นอีก (แบบจำใจ)
แต่
ก็ยังมีคนนิยมฟันดำแบบเดิมๆอยู่นะคะ
สมัยนี้มีรึเปล่าไม่แน่ใจ แต่ตอนแนนเด็กๆ เคยเห็นอยู่นะ

เป็นอันสิ้นสุดเรื่องแฟชั่นฟันดำ

 

 

สุดท้ายมาคิดกันขำๆดีกว่าว่า..
ถ้าตอนนั้น ร.5 พระองค์เสด็จไปประพาสยุโรปแล้วไม่ทรงโปรดฟันขาวกลับมาล่ะ?
จะเป็นยังไง?

นั่นสินะ.. ปัจจุบันเราอาจจะมียาสีฟันสูตรฟันดำใช้กันก็ได้
เช่น..

"คอลเกต สูตรดำเงางามผสมฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุและสารสกัดจากกะลามะพร้าว"

"ใกล้ชิด สูตรแบล๊คแคลเซียม เพื่อสุขภาพฟันที่แข็งแรงและดำเงางาม"

และอื่นๆ อีกมากมาย
เอ้า.. น่าคิดเหมือนกันนะ

 

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
Captcha: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
คำว่าดำเงางามนี่ดูเหมือนครีมบำรุงผมเลยนะคะ
555+
เรื่องแปลกๆแบบนี้คนไทยก็มีเหมือนกันเนอะ
ขอบคุณที่เอามาให้อ่านค่ะ
#1  by  The JEncyclopedia At 2007-11-09 19:57, 
sad smile คนสมัยก่อน เค้าเป็นพวกเด็กอีโมล่ะมั้ง
ปากแดงฟันดำ หึหึ วัยรุ่นสมัยนี้อายเลย confused smile
#2  by  ire_u At 2007-11-09 20:02, 
กินโอรีโอสิคับ ดำขำเลย
#3  by  PORACLE (203.113.35.10) At 2007-11-09 20:04, 
โอ๊วว น่าทรมานจังเลยค่ะ - -"

มีฟันร่วงด้วยนิ
#4  by  'ติสท์จิตหลุด At 2007-11-09 20:05, 
ฮ่าๆๆ ขอใกล้ชิด สูตรแบล็คแคลเซียมหลอดนึงค่า~~
จะว่าไปน่าสงสารคนที่ติดหมากสมัยนั้นนะน้องแนน
หักดิบน่าดูเลยอะ..

ที่ต้องนอนหงาย 3 วันไม่ให้ฟันโดนลม โอววว!! เกินบรรยาย

นอกจากเรื่องเลิกทาส รถไฟ ประปา ไฟฟ้า และอีกมากมายแล้ว เรื่องฟันขาวก็เป็นอีกพระมหากรุณาธิคุณของ ร.5 นะนี่big smile
#5  by  p-i-e At 2007-11-09 20:08, 
ถ้ายุคนั้นมียาสีฟันขาย คงเจ๊งล่ะเนอะ
สมัยนี้ที่ไต้หวัน ผู้ชายยังนิยมกินหมากอยู่นะ
ร้านขายหมากที่นั่นก็แข่งกันมันส์หยด
ใส่หมากในแพ็คเก็จสวยหรู
สาวขายหมากก็แต่งตัวโป๊ ไม่ซีทรูก็ชุดบิกินี
เป็นการส่งเสริมการขายน่ะ
#6  by  จั่นเจา At 2007-11-09 20:34, 
จะมีใครลองแฟชั่นยอนยุมั่งมะเดี๋ยวนี้sad smile
#7  by  ungtaman At 2007-11-09 21:24, 
จริง จริง พวกเราใน exteen ลองมาเป็น
ผู้นำแฟชั่น ฟันดำ ด้วยกันเลยดีไหมครับ
เราจะยกให้ คุณ nancy เป็นผู้เริ่มนะ
คุณ nancy ครับ
3 2 1 ... อย่าลืมถ่ายรูปฟันดำมาให้ดูด้วย
พวกเราจะได้ทำตามกันquestion
#8  by  freedom_line At 2007-11-09 21:33, 
^
^
ให้ตายเถอะโรบิ้น wink
#9  by  Nancy อารมณ์ดี At 2007-11-09 22:01, 
แย่จัง อะไรก็ตามอย่างคนอื่นไปหมด
แต่ถ้ายังรักษาไว้ พวกฝรั่งคงจับพวกเราไปทำสารคดี อิอิ
confused smile
#10  by  Fein At 2007-11-09 22:11, 
เลิกก็ดีแล้วล่ะค่ะไอ้ค่านิยมแบบนั้น มันทำให้คนเป็นมะเร็งน่ะ
#11  by  Jasmine✿Lala~ At 2007-11-09 22:29, 
cry เกร็ดนี้น่าสนใจนะคะ คุณแนน

เราอยากเหนคุณแนนฟันดำมั้งคะ confused smile

555

แนน เรายังอัพบล็อกไม่เสร็จเลย

เด่วจะพยายามเต็มที่

ป.ล. ชอบเรื่องที่แนนเขียนเกี่ยวกับประวัติชาวสยามมากมาย วันหลังขอเปนเวอร์ชั่นระลึกชาตินะ surprised smile
#12  by  RareBird At 2007-11-09 22:40, 
นิยมแฟชั่นฟันเหลืองครับ sad smile
#13  by  วัชระ At 2007-11-09 23:16, 
เคยอ่านเจอในนวนิยายอิงประวัติศาสตร์เหมือนกันว่าคนไทยสมัยก่อนนิยมฟันดำ นึกไม่ออกเลยค่ะว่ามันจะสวยยังไงหนอ

ขอบคุณที่เอาความรู้มาฝากค่ะ น่าสนใจมากๆbig smile
#14  by  blind bookworm At 2007-11-10 00:26, 
อันที่จริง
หมาก ปูนแดง พลู เกลือ ข่อย เหล่านี้
ทางการแพทย์ว่ากันว่า มีส่วนช่วยในการรักษาเหงือก ฟันและรากฟัน
คิดถึงสมัยที่ย่ายังมีชีวิตอยู่
ต้องตำหมากให้ย่าเคี้ยวเป็นประจำ
เคยลองเคี้ยวเล่น โดนหมากยัน จนปากบวม หน้าเห่อ
ถ้าให้ดี น้องลองหา รูป ตะบันหมาก มาลงก็ดีนะ
#15  by  คนไม่มีหัวใจ At 2007-11-10 01:04, 
น้องแนนนี่ก็มีอารมณ์ขันดีเนอะ..confused smile
ขอบคุณที่เอาความรู้มาแบ่งปันพร้อมความสดใสเน้อ..
#16  by  incomplete-life At 2007-11-10 01:53, 
โห จะทำให้ฟันดำนี่ก็ทรมานเหมือนกันนะคะ โฮ ต่อไปจะมีแฟชั่นเหลืองมั้ยคะ อ๊าก ออกแนวซกมก 55+
#17  by  Revamp At 2007-11-10 02:27, 
หุหุ เป็นขั้นตอนที่ทรมานไม่ใช่น้อย
แค่คิดก็เสียวฟันแล้ว กึ๋ย นี่เล่นกันถึงฟันหักเลย
sad smile
#18  by  riddler At 2007-11-10 06:56, 
โอ้วว ออกแนวแฟชั่นนะครับ

ถ้ามันฮิตมาถึงปัจจุบันจริง ตูว่าเมืองไทยนี่แนวที่สุดในโลกแล้วหล่ะ
#19  by  ปิงกรู At 2007-11-10 09:53, 
อิงโบราณ ๆ ไว้บ้างก็ไม่เสียหายหร๊อก...
พระคุ้มครองครับ
#20  by  รีคอนดำ At 2007-11-10 11:07, 
สมัยนี้ต้องแฟชันฟันหลอ หลานผมอยู่ป.1 ใครไม่หลอ คนนั้นไม่อินเทรนด์
#21  by  palermos At 2007-11-10 13:33, 
โอ้... สนุกมากค่ะ
ถ้าร.5ท่านไม่ทรงโปรดฟันขาว ชาวสยามก็คงจะฟันดำมาอีกสักหลายสิบปีล่ะค่ะ sad smile
หลังจากนั้นก็คงนิยมตะวันตกกันเหมือนปัจจุบัน ฮ่า..

แต่ว่า คนรู้จักเสียไปด้วยโรคหัวใจนี่ มันตกใจจริงๆเลยนะคะ
เพราะว่ามันกะทันหันมาก....
#22  by  hikaru At 2007-11-10 16:09, 
บล็อกสวยงามมาก เนื้อหาสาระ ครบเลย จะติดตามผลงานนะครับ
#23  by  Future Energy At 2007-11-10 17:20, 
cry สนุกดีมีประโยชน์
การวิวัฒนาการของแฟชั่นนี่มีมาตั้งนานแล้วจริงๆนะเนี่ย big smile
#24  by  ongki At 2007-11-10 21:27, 
-=- น่าลองในสมัยนี่นะ sad smile
#25  by  Strawberry Plasticz At 2007-11-11 11:52, 
อืม น่าคิด embarrassed
#26  by   At 2007-11-14 15:24, 
เหอๆ ถ้าร.5ไม่ชอบฟันขาวกลับมา บางทีจนป่านนี้พวกเราคงต้องชอบฟันดำกันต่อไป (แต่วิธีการทำนี่ทรมานน่าดูเลย คงยิ่งกว่าดัดฟันอีกมั้ง(?)
#27  by  [AdeLiNe] At 2008-01-21 20:41, 
เคยรู้แต่ว่ายิ่งฟันดำ
มากเท่าไหร่ หมายความว่า
ที่บ้านคนนั้นมีฐานะดี
((ยิ่งดำมาก ยิ่งรวยมาก ว่างั้นเหอะ))
ในความเป็นจริงมีครับ เป๊บโซเด้นท์เคยเข้ามาขาย ยาสีฟัน "ฟันขาว" ในสมัยที่คน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังนิยม "ทนต์แดงดั่งทับทิมกันอยู่" ผลก็คือ เป๊ปโซเด้นท์เจ๊งไม่เป็นท่า http://www.talk-corporate.com/programs/cross_cultBlunders.htm
#29  by   (58.137.173.163) At 2009-01-05 10:45, 
เพิ่งรู้ว่ามีแฟชั่นแบบฟันดำด้วย สาธุ
#30  by  บ่าแฟชั่น (125.25.244.228) At 2009-01-15 16:37, 
sad smile sad smile sad smile
#31  by  กรรมกรไซเบอร์ At 2009-07-11 03:15, 
แฟชั่นคนเคี้ยวหมากนี่เอง big smile
#32  by  เสื้อผ้าแฟชั่น (124.121.1.100) At 2009-10-01 07:34, 

<< Home